ดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายในวันศุกร์ (15 พ.ค.) ปรับตัวลดลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระดับโลกกลับมาปกคลุมตลาดอีกครั้ง
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 49,526.17 จุด ลดลง 537.29 จุด หรือ -1.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,408.50 จุด ลดลง 92.74 จุด หรือ -1.24% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,225.15 จุด ลดลง 410.08 จุด หรือ -1.54%
การปรับตัวลงของตลาดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น และความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อระยะยาว ทำให้นักลงทุนบางส่วนหันไปถือครองพันธบัตรมากขึ้น แทนสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะเผชิญแรงขายรุนแรง ดัชนี S&P500 ยังคงปิดบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติขาขึ้นที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงที่เคยทำได้ 9 สัปดาห์ติดต่อกันจนสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2566
ขณะที่ดัชนี Nasdaq และดาวโจนส์ได้ยุติสถิติการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ โดย Nasdaq สิ้นสุดช่วงขาขึ้นยาว 6 สัปดาห์ สะท้อนแรงกดดันจากภาวะตลาดที่เริ่มเปลี่ยนทิศทางท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก








