ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังคงจับตาความคืบหน้าทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยนักลงทุนประเมินผลกระทบต่อทิศทางการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลกอย่างใกล้ชิด
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีสำคัญในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 50,063.46 จุด เพิ่มขึ้น 370.26 จุด หรือ +0.75% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,501.24 จุด เพิ่มขึ้น 56.99 จุด หรือ +0.77% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,635.22 จุด เพิ่มขึ้น 232.88 จุด หรือ +0.88% โดยทั้ง S&P500 และ Nasdaq ยังคงทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง
ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นในวันเดียวกัน โดยแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะต่อไป








