ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ (27 เม.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์อ่อนตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq สามารถปิดบวกได้อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการเข้าลงทุน และจับตาปัจจัยสำคัญหลายด้านในสัปดาห์นี้
แรงกดดันหลักมาจากความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,167.79 จุด ลดลง 62.92 จุด หรือ -0.13% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,173.91 จุด เพิ่มขึ้น 8.83 จุด หรือ +0.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,887.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.50 จุด หรือ +0.20%
ตลอดทั้งวัน ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน ก่อนที่ดาวโจนส์จะปิดตลาดในแดนลบเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม S&P500 และ Nasdaq ยังสามารถทำสถิติระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อเนื่อง สะท้อนแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอน หลังมีรายงานว่าการยกเลิกกำหนดการเดินทางของผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ ส่งผลให้ความพยายามของปากีสถานในการเป็นตัวกลางผลักดันสันติภาพต้องสะดุดลงอีกครั้ง








