ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นกว่า 300 จุดในวันพุธ (22 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขยายระยะเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมทั้งผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง
โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,490.03 จุด เพิ่มขึ้น 340.65 จุด หรือ +0.69% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,137.90 จุด เพิ่มขึ้น 73.89 จุด หรือ +1.05% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,657.57 จุด เพิ่มขึ้น 397.60 จุด หรือ +1.64%
ปธน.ทรัมป์ประกาศขยายเวลาการหยุดยิงกับอิหร่านตามคำร้องขอของปากีสถาน เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ และอิหร่านเดินหน้าเจรจาสันติภาพยุติความขัดแย้ง โดยประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนข้อตกลงหยุดยิงระยะ 2 สัปดาห์จะสิ้นสุดลงในช่วงเย็นวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ยึดเรือ 2 ลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบสำคัญของโลกประมาณ 20% สะท้อนความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงทางพลังงาน และอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อการเจรจาสันติภาพในระยะต่อไป








