ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยในการซื้อขายวันศุกร์ (24 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq กลับปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงแรงซื้อในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นของบริษัท Intel ที่พุ่งขึ้นและช่วยหนุนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวม
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ปิดที่ 49,230.71 จุด ลดลง 79.61 จุด หรือ -0.16% ขณะที่ดัชนี S&P500 (S&P 500) ปิดที่ 7,165.08 จุด เพิ่มขึ้น 56.68 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq Composite (Nasdaq Composite) ปิดที่ 24,836.60 จุด เพิ่มขึ้น 398.09 จุด หรือ +1.63%
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.44% ขณะที่ S&P500 เพิ่มขึ้น 0.55% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.5% โดยทั้ง S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งนับเป็นช่วงขาขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2567 ส่วนดาวโจนส์สิ้นสุดการปรับขึ้นต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ก่อนหน้า
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกระแสคาดหวังด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังมีรายงานว่าอิหร่านอาจเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพอีกครั้ง โดยแหล่งข่าวจากรัฐบาลปากีสถานระบุว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อหารือแนวทางฟื้นการเจรจา
ด้านโฆษกทำเนียบขาว Karoline Leavitt เปิดเผยผ่าน Fox News ว่า นาย Steve Witkoff ทูตพิเศษของประธานาธิบดี Donald Trump และนาย Jared Kushner จะเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัดในวันเสาร์ (25 เม.ย.) เพื่อหารือกับอิหร่าน โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการประสานงาน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ยังถูกกดดันบางส่วนจากความไม่แน่นอนของข้อตกลงสันติภาพ และความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังไม่คลี่คลายเต็มที่ แม้โดยรวมตลาดยังได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยี








