สถาพร ศรีสัจจัง
อาจเป็นเพราะตั้งแต่อายุเริ่ม 40 ที่ได้ปลีกตัวไปใช้ชีวิตในเขตป่าเขาเพื่อ ‘ปลูกต้นไม้’ จนถึงบัดนี้ผ่านมา 36 ปีเข้าแล้ว ต้นไม้ที่ลงมือปลูกเองเมื่อ 36 ปีก่อนหลายต้นเติบใหญ่จนโอบโคนต้นได้ไม่รอบเป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว มีตั้งแต่ต้นพะยอมทอง กระท้อนบ้าน ตีนเป็ด มันหมู ยมหอม ตำเสา อินจัน เคี่ยม มะฮอกกานี ชะมวง หว้า กระท้อนรอก ส้าน ทัง ตะเคียนทอง ทำมัง สะตอ เนียง ไทร หยี ลำดวน ฯลฯ
พวกไม้ผลกินได้ส่วนใหญ่แม้จะไม่เข้าข่าย “คนโอบ” ไม่ว่าจะสะตอ หยี มังคุด ลังแข ลองกอง มะม่วงเบา ทุเรียน มะม่วงหิมพานต์ ละไม มะเหมี่ยว น้ำดอกไม้ เงาะ สาเก จิกนม กุ้มชุ่ม มะเม่า มะดัน ฯลฯ แต่ก็ล้วน “แก่” กันเต็มที่หรือพอควรแล้ว
รวมถึงไม้ใบไม้ดอก ผักหญ้าพื้นบ้าน ทั้งที่ขึ้นเองโดยธรรมชาติและปลูกเติมเสริมแต่งในแปลงป่า ไม่ว่าจะ นมควาย นมแมว เหมียง หมุย ผักกูด กระเฉด ผักบุ้ง บัวสาย (3 อย่างหลังในลำห้วย) จนถึงไม้ดอกนานาชนิด (ทั้งพื้นบ้านทั้งพื้นเมืองและสากลนิยม!)
จึงหลายสิบปีมานี้คล้ายเริ่มเห็นและ “เชื่อ” ใน “เส้นทางสายบรรพชน” (สายที่เป็นรากแก้ว) คือ “คำสอน” หลายคำของพระพุทธศาสนาที่ห่มคลุมหล่อหลอมให้ผู้คน (โลกิยะนี่แหละ!) ของสังคมไทยได้อยู่ร่วมกันมาอย่างสงบสุขในระดับ “ตามอัตภาพ” คือ ในระดับ “กลางๆ” ได้ (ไม่กล้าพูดคำใหญ่ๆ ของนักวิชาการสมัยใหม่อย่างคำว่า “สันติภาพ” หรอก!)
คำหนึ่งที่ตอนนี้ได้ฉุกคิดถึงอยู่บ่อยๆ เพราะกระแสสังคมทั้งของโลกและของสังคมไทยทำให้อดกระตุกต่อมคิดถึงคำดังกล่าวเสียไม่ได้ คือคำพระที่ว่า “ความไม่เบียดเบียน” ซึ่งตรงกับคำที่พระท่านมักเอ่ยหรือเทศน์เป็นภาษามคธ หรือบาลี (ก่อนจะแปลและอธิบายความ) ว่า “อวิหิงสา” นั่นแหละ
คำ “อวิหิงสา” นี้หลายเสียงบอกว่าพระพุทธเจ้าทรงไปหยิบยืมจากคัมภีร์พระเวท และอุปนิษัทของศาสนาพราหมณ์ มา “ปรับปรุง-ขยายความ และพัฒนา” ให้ลึกซึ้งและเอื้อต่อ “นิพพาน” มากขึ้น โดยทรงเน้นการปฏิบัติ “ทางใจ” ไม่พึ่งพา “พิธีกรรม” แบบศาสนาพราหมณ์ จะจริงเท็จอย่างไรก็ลองถามมหาบาเรียนหรือเอตทัคคะด้านนี้กันเอาเองก็แล้วกัน
ในแง่ของศาสนาพุทธนั้นหลัก “อวิหิงสา” (Ahimsa) เป็นหลักจริยธรรมสำคัญ โดยคำหมายถึง “หลักแห่งการไม่เบียดเบียน” อธิบาย “โดยอรรถ” เป็นความได้ประมาณว่า คือการงดเว้นจากการทำร้ายตนเองและผู้อื่น ทั้งทางกาย วาจา และใจ โดยให้ตั้ง “จิต” อยู่บนฐานของความเมตตากรุณาและศีล 5 ทั้งนี้เพื่อลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความสงบทางจิตใจ ซึ่งในพระพุทธศาสนาถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติธรรมขั้นสูง
ประเด็นที่เป็น “สาระสำคัญ” ของ “การไม่เบียดเบียน” อาจสรุปเป็นประเด็นสำคัญได้เป็น 2 ประเด็นใหญ่ๆ คือ
ไม่เบียดเบียนตนเอง ได้แก่ งดเว้นการกระทำที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ กาย วาจา และใจ เช่น การเสพยาเสพติด การหมกมุ่นในอบายมุข การชอบพูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ การนินทาว่าร้าย การทำร้ายใจตัวเองโดยการคิดร้ายในเรื่องต่างๆ นานา และปล่อยใจให้จมอยู่กับเรื่องทุกข์
การไม่เบียดเบียนผู้อื่น ได้แก่ งดเว้นการทำร้ายผู้อื่นทั้งทางกาย วาจา และใจ งดเว้นการลักขโมย ปล้นชิง ทุกรูปแบบ การกล่าวความเท็จ รวมถึงการกระทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนทุกชนิด
แนวปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนเพื่อการไม่เบียดเบียน สรุปได้เป็น 2 แนวทางสำคัญ คือ
ปฏิบัติให้อยู่ในกฎศีล 5 หรือข้อห้ามเบื้องต้น 5 ประการของชาวพุทธ ได้แก่ การไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดเท็จ และไม่เสพของมึนเมา
ปฏิบัติตามหลักพรหมวิหาร 4 คือ มีความเมตตา (รักและปรารถนาดี) มีความกรุณา (มีความสงสารอยากช่วยเหลือผู้อื่น) มีมุทิตา (ยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุขหรือได้ดี) และมีอุเบกขา (คือมีใจเป็นกลางในเรื่องราวปรากฏการณ์ต่างๆ)
พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า อานิสงส์ของ “การไม่เบียดเบียน” นี้ มีผลดีอย่างยิ่ง ทั้งต่อบุคคลและต่อสังคม กล่าวคือ ต่อบุคคล ทำให้บุคคลนั้นได้รับชีวิตที่สงบสุข ไม่มีเวรภัยเกิดแก่ชีวิต และที่สำคัญก็คือ ถ้าเป็นผู้ภาวนาปฏิบัติธรรม ความไม่เบียดเบียนนี้จะทำให้บุคคลนั้นๆ มีความเจริญก้าวหน้าในธรรมอย่างดียิ่ง
กล่าวจำเพาะผลที่จะเกิดต่อสังคม การปฏิบัติตามหลักการ “ไม่เบียดเบียน” ตามแนวคิดของพระพุทธศาสนา จะทำให้สังคมทั้งในระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ประเทศ ทวีป และโลก เป็นสังคมที่สงบสุข ร่มเย็น ผู้คนทุกชั้นชนมีความปลอดภัย และจะมีการอยู่ร่วมอย่างสันติ
น่าเสียดาย ที่ท่านชยสาโรภิกขุ (พระธรรมพัชรญาณมุนี) ศิษย์คนสำคัญของหลวงพ่อชา (เจ้าประคุณพระโพธิญาณเถระ) รูปหนึ่ง พุทธสาวกท่านนี้เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ (เพราะเป็นภาษาแม่) และเชี่ยวชาญธรรมะหัวข้อนี้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษเทศน์ธรรมะเรื่อง ‘การไม่เบียดเบียน’ ของพระพุทธเจ้าให้ ‘ยิว’ เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล (ผู้เบียดเบียน) และ ‘มริกัน’ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา (ผู้เบียดเบียนอย่างชั่วร้าย) เข้าใจ
มิเช่นนั้น โลกวันนี้อาจมีประเทศที่ถูกรุกรานและถูก ‘ปล้น’ จนทำให้คนบริสุทธิ์ ทั้งเด็ก คนแก่ คนพิการ และชาวบ้านตาดำๆ ต้องตายจาก “สงครามรุกรานเบียดเบียน” ตามคำสั่งของ 2 นักเบียดเบียนใหญ่แห่งยุคสมัยน้อยกว่านี้ ก็อาจเป็นได้!!!
#อวิหิงสา #ความไม่เบียดเบียน #เส้นแบ่งความคิด #สถาพรศรีสัจจัง #สันติภาพ #พุทธศาสนา #siamrathonline








