สถาพร ศรีสัจจัง
อีวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) นายแพทย์และนักสรีรวิทยาชาวรัสเซีย ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาทางการแพทย์ ในปี ค.ศ. 1904 เป็นเจ้าของทฤษฎี “การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก” (Classical conditioning) อันโด่งดังและส่งผลสะเทือนในทางปฏิบัติไปทั่วโลก ภายหลังคนส่วนหนึ่งในวงการจิตวิทยาเมืองไทย เรียกทฤษฎีนี้ว่า “ทฤษฎีหมาน้ำลายไหล”!
“ทฤษฎีหมาน้ำลายไหล” ดังกล่าวนี้ เกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพของ “พาฟลอฟ” เพื่อพิสูจน์สมมติฐานเรื่อง “การวางเงื่อนไขในการเรียนรู้” โดยการใช้ “สัตว์ทดลอง” ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ของชาวตะวันตก
และเพราะสัตว์ที่ถูกเลือกนำมาใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ “สุนัข” หรือ “หมา” คนรุ่นต่อมาในวงการจิตวิทยาส่วนหนึ่งจึงเรียกทฤษฎีที่ได้รับจากการทดลองครั้งนี้ว่า “ทฤษฎีหมาน้ำลายไหล” ดังกล่าว
เรื่องทฤษฎีหมาน้ำลายไหลนี้ มีหลักการก็คือ ก่อนการทดลอง เมื่อหมาได้กลิ่นอาหารเป็นธรรมชาติที่หมาจะน้ำลายไหล แต่เมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง หมาจะไม่มีอาการอะไร ในการทดลอง จะวางเงื่อนไขให้การได้กลิ่นอาหารสัมพันธ์กับเสียงกระดิ่ง คือพอมีเสียงกระดิ่งดังขึ้น ก็จะทำการให้อาหารหมา ทำให้หมาเรียนรู้การเชื่อมโยงเรื่องเสียงกระดิ่งเข้ากับเรื่องการได้กินอาหาร
วางเงื่อนไขซ้ำแล้วซ้ำอีกไปเช่นนั้นเรื่อยๆ ทำให้ตอนหลัง เมื่อหมาได้ยินเสียงกระดิ่ง มันก็เกิดอาการเรียนรู้ว่า กำลังจะได้กินอาหารแล้ว จึงเกิดอาการน้ำลายไหล โดยที่ยังไม่มีอาหารแต่อย่างใด!
นี่คือที่มาของทฤษฎีทางจิตวิทยาการเรียนรู้ที่โด่งดังของอีวาน พาฟลอฟ นายแพทย์นักจิตวิทยาชาวรัสเซีย ซึ่งส่งผลให้มีการนำมาปรับใช้กับการวางเงื่อนไขต่อคน ในเรื่องการ “โปรแกรมทางความคิด” เกี่ยวกับการสร้างความคุ้นชินในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างระบบคุณค่าหรือระบบความเชื่อที่ผู้มีอำนาจในสังคมต้องการ
อาจเรียกเป็นภาษาสมัยใหม่ว่า “การทำให้เชื่อตาม” หรือ “การทำให้เชื่องแล้วปกครอง” หรืออะไรก็แล้วแต่จะเรียก!
พูดถึงเรื่อง “การทำให้เชื่อง” นี้ ต้องเข้าใจด้วยว่าคำว่า “เชื่อง” ในที่นี้มีความหมายออกไปในเชิงลบๆ ไม่เหมือนกับความหมายของคำว่า “เชื่อง” อย่างที่นักเขียนลือนามของฝรั่งเศส - อองตวน เดอ แซงเต็กซูเปรี ใช้กับตัวละครที่เป็น “สุนัขจิ้งจอก” ในวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าชายน้อย” (The Little Prince) อันโด่งดังแต่อย่างใด
เพราะในเรื่อง “เจ้าชายน้อย” นั้น ผู้เขียนให้เจ้าสุนัขจิ้งจอกพูดกับเจ้าชายน้อยทำนองว่า “ทำให้ฉันเชื่องสิ แล้วฉันก็จะได้เป็นเพื่อนกับเธอ” จากนั้นก็อธิบายโดยบริบทเชิงบวกว่า “แต่ถ้าเจ้าฝึกฉันให้เชื่องได้ เราก็จะต้องการซึ่งกันและกัน สำหรับฉัน เจ้าจะเป็นหนึ่งเดียวในโลก สำหรับเจ้า ฉันก็จะเป็นเอกลักษณ์ในโลกเช่นกัน...”
ซึ่งในการที่เจ้าสุนัขจิ้งจอกต้องการให้เจ้าชายน้อยฝึกตัวเองให้เชื่องนี้เอง ที่ทำให้ผู้เขียนคือ “แซงเต็กซูเปรี” ได้ส่งวาทกรรม “เสียดเย้ยยุคสมัย” ผ่านปากเจ้าสุนัขจิ้งจอกชุดหนึ่งถึงผู้อ่าน (ที่เป็นคนร่วมสมัย) ได้อย่างเจ็บแสบยิ่ง ก็คือวาทกรรมที่ว่า...
“...มนุษย์ไม่มีเวลาจะเข้าใจอะไรอีกแล้ว พวกเขาซื้อของสำเร็จรูปจากร้านค้า แต่ไม่มีร้านไหนเลยที่ขายมิตรภาพ ดังนั้นมนุษย์จึงไม่มีเพื่อนอีกต่อไป ถ้าเจ้าอยากมีเพื่อน จงฝึกข้าเถิด...”
ช่างเสียดเย้ยยุคสมัยได้เจ็บแสบยิ่งนัก!
ทฤษฎีทางจิตวิทยาพฤติกรรมนิยมอีกทฤษฎีหนึ่งที่เกี่ยวกับ “การทำให้เชื่อง” หรือ “ทำให้มีพฤติกรรมตามที่ผู้วางเงื่อนไขกำหนด” ก็คือทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อ “Skinner’s box” (กล่องของสกินเนอร์)
เป็นข้อสรุปที่เกิดจากผลการทดลองของนาย B.F. Skinner นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เขาสร้างกล่องทดลองขึ้นเพื่อใช้กับสัตว์ทดลองประเภทหนูตะเภา
เขานำหนูตะเภาใส่ไว้ในกล่องทดลองดังกล่าว ในกล่องมีคันโยก 2 คัน ที่ถ้าหนูกดคันหนึ่งก็จะได้รับอาหาร (เสริมแรงบวก) แต่ถ้ากดอีกคันก็จะถูกไฟฟ้าช็อต (เสริมแรงลบ)
Skinner ได้ข้อสรุปเป็นทฤษฎีตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ คือพฤติกรรมของสัตว์จะถูกหล่อหลอมโดย ‘ผลที่ตามมา’ (consequence) ของการกระทำนั้นๆ คือหากกระทำแล้วได้ผลเชิงบวก (คือสามารถเสริมกิเลสสนองความอยากแบบที่ถูกฝึกมา) ก็จะกระทำซ้ำไปเรื่อยๆ หากทำแล้วได้ผลเป็นเชิงลบ (คือเจ็บหรือไม่ได้รับการตอบสนองเชิงกิเลสตามที่ต้องการ) พฤติกรรมนั้นจะลดลงหรือหายไป
ผลสรุปจากการทดลองเช่นนี้เองกระมัง ที่ระบบทุนนิยมตะวันตกสามารถนำมาปรับใช้กับคนในสังคมสมัยใหม่มาอย่างยาวนาน ทั้งเพื่อการวางเงื่อนไขที่เป็นผลประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และอื่นๆ
สำคัญที่สุดน่าจะคือการนำมาวางเงื่อนไขให้ประชาชนคุ้นชินต่อการใช้ “สิทธิตัดสินใจ” เลือกตัวแทนในระบบการเมือง!
แล้วระบบการเมืองร่วมสมัยที่เรียกว่า ‘ระบบประชาธิปไตย’ ในปัจจุบันของประเทศไทยแลนด์แทนทาลัม ที่ใช้ “ระบบการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่แทนในรัฐสภา” อย่างที่เป็นๆ มาและกำลังเป็นอยู่ละ - หรือจะไม่ถูกระบบ “การทำให้เชื่อง” แบบ ‘การทำให้มีพฤติกรรมตามที่ผู้วางเงื่อนไขกำหนด’ ตามทฤษฎีที่นายสกินเนอร์เคยทำกับหนูตะเภา?!!!








