รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
ที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
บนโลกที่พลิกโฉม เทคโนโลยีสั่นคลอนอาชีพ การเมืองอ่อนไหวและบ้าคลั่ง เศรษฐกิจอ่อนแอและผันผวนยากต่อการวางแผนระยะยาว โครงสร้างประชากรเคลื่อนตัวต่างไปจากอดีต ส่งผลให้ภาค "การศึกษา" ต้องยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยน การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นต้องยกระดับขึ้นเป็น "กลไกเชิงยุทธศาสตร์" ให้สามารถกำหนดทิศทางของประเทศให้ไปต่อได้จริง
สถาบันศิโรจน์ผลพันธิน (Sirote Pholpuntin Institute: SPI) เป็นหนึ่งในคำตอบที่พยายามส่งมอบผ่านเจตนารมณ์ว่าจะ "ออกแบบอนาคตของการศึกษา" ให้เป็นรูปธรรมที่ขับเคลื่อนต่อได้
แนวคิด “ฐาน” ของสถาบันศิโรจน์ผลพันธินคือ Sirote's Model for University Quality Integration ซึ่งเป็นโมเดลที่มองว่าการบริหารการศึกษาเป็นมากกว่าการจัดการตาราง งบประมาณ และตัวชี้วัด แต่ต้องผสาน "ศาสตร์และศิลป์" ของการบริหารจัดการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของนโยบาย การพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โมเดลนี้กลั่นกรองขึ้นจากประสบการณ์บริหารจัดการสถาบันอุดมศึกษากว่า 30 ปีของศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน และต่อยอดสู่การปฏิบัติผ่านองค์ความรู้ที่รวบรวมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก กระทั่งนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันศิโรจน์ผลพันธินในที่สุด
สถาบันศิโรจน์ผลพันธินขับเคลื่อนภายใต้ พันธกิจหลัก 5 ประการ ได้แก่ การพัฒนาผู้นำ การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ การสนับสนุนงานวิจัย การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการบริหารองค์กรแบบ "Small but Smart" สิ่งที่แยกสถาบันศิโรจน์ผลพันธินออกจากองค์กรการศึกษาอื่น ก็คือปรัชญา "Small but Smart" ที่ปฏิเสธความเชื่อที่ว่าองค์กรที่ยิ่งใหญ่ต้องยิ่งใหญ่ในขนาด แต่กลับยืนยันอยู่ที่ "คุณภาพมากกว่าปริมาณ" และ "ความคล่องตัวมากกว่าขนาด" ซึ่งในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่แผนยุทธศาสตร์จะพัฒนาก้าวทัน คุณสมบัตินี้คือพลังที่มีพลานุภาพ
ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา สถาบันศิโรจน์ผลพันธินแปลงพันธกิจออกมาเป็นรูปธรรมผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การจัดปาฐกถาพิเศษศิโรจน์ผลพันธิน ครั้งที่ 1 และเวที SPI Impact Pathway เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ทรงภูมิและคุณวุฒิในแวดวงการศึกษาและแวดวงอื่น ๆ มีเวทีถกเถียงอนาคตการศึกษา ซึ่งไม่ใช่การพูดคุยระหว่างนักวิชาการกันเอง แต่เชื่อมโยงกับผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน และสังคมโดยรวม ขณะที่การผลิตวารสารสถาบันศิโรจน์ผลพันธิน (Sirote Pholpuntin Institute Journal: SPJ) ก็สร้างพื้นที่วิชาการให้กับสังคม การสำรวจความคิดเห็นประชาชนระดับประเทศในประเด็นอุดมศึกษา การศึกษาพิเศษ และ Soft Power แสดงให้เห็นว่า สถาบันศิโรจน์ผลพันธินพร้อมเป็นเวทีที่จะรับ "ฟัง" ก่อน ไม่ได้นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง การเป็นเจ้าภาพร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติ “การศึกษาพิเศษ” ISSED 9 และการดำเนินโครงการ Microlearning Modules สำหรับผู้เรียนไทย สะท้อนสองทิศทางที่สำคัญคือ
มองออกสู่โลกและมองเข้าสู่ผู้เรียนรายบุคคล
ผลลัพธ์ของสถาบันศิโรจน์ผลพันธินวัดจาก "การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น" ใน 5 มิติ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านองค์ความรู้และงานวิจัยที่แปลงได้เป็นนโยบาย การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการออกแบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ การสนับสนุนเศรษฐกิจและตลาดแรงงานโดยมองการพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการ การเสริมสร้างภาวะผู้นำทางการศึกษา และการส่งเสริมความยั่งยืนทางการศึกษาซึ่งเป็นมิติที่โดดเด่นที่สุด สะท้อนว่าสถาบันศิโรจน์ผลพันธินมองการศึกษาเป็นระบบนิเวศ
สำหรับสิ่งที่ สถาบันฯ พยายามผลักดัน คือการปฏิเสธที่จะมองการศึกษาในฐานะระบบปิด ในมิติเศรษฐกิจ สถาบันฯ ต้องการให้เกิดการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว มิติสังคม มุ่งลดช่องว่างระหว่างผู้ที่เข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้และผู้ที่ไม่ได้ มิติการเมือง ทำหน้าที่เป็น Think Tank ที่ผลิตข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านนโยบาย และ
มิติสิ่งแวดล้อม ผลักดันแนวคิด Green Education และความยั่งยืนระยะยาว
ยุคที่ปัญญาประดิษฐ์กำลังปรับโฉมทุกอาชีพและทุกอุตสาหกรรม สถาบันฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การตั้งรับ แต่เลือกแนวทาง Microlearning และ Hybrid Learning เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก แนวคิดนี้ตอบโจทย์ "การเรียนรู้ตลอดชีวิต" โดยเฉพาะในสังคมที่เข้าสู่ยุคสูงวัย และตลาดแรงงานที่แรงงานต้อง Reskill และ Upskill อย่างต่อเนื่อง สถาบันฯ เน้นมองการศึกษาเป็น "กระบวนการตลอดชีวิต" ที่ต้องออกแบบให้เข้าถึงได้ทุกเมื่อ ทุกที่ และทุกรูปแบบ
สถาบันฯ เผชิญกับความท้าทายที่ทุกองค์กรการศึกษาในยุคนี้ต้องเผชิญ ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น นโยบายที่เปลี่ยนตามรัฐบาล และโครงสร้างประชากรที่กดดันทรัพยากร แต่สถาบันฯ ก็วางแนวทางอนาคตไว้ที่การสร้างเครือข่ายระดับอาเซียน การพัฒนาหลักสูตรดิจิทัล และการยืนหยัดในบทบาท Think Tank ด้านการศึกษาที่ผลิตข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้ได้จริง
การศึกษาไทยจะก้าวข้ามกับดักที่สะสมมาหลายทศวรรษ ไล่ตั้งแต่กับดักของการบริหารแบบเดิม ความเหลื่อมล้ำที่ฝังรากลึก และการผลิต “คน” ที่ตามหลังความต้องการของโลก แน่นอนว่าสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ "กลไกใหม่" ที่ไม่ใช่เป็นแค่ความคิด แต่ต้องลงมือขับเคลื่อนได้จริง สถาบันฯ กำลังพิสูจน์ว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ สถาบันที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งอาจเป็นสถาบันที่กำหนดอนาคตของการศึกษาไทย...ท่านผู้อ่านคิดเห็นประการใดสะท้อนกลับสู่กันฟังบ้างครับ...
#สถาบันศิโรจน์ผลพันธิน #การศึกษาไทย #ปฏิรูปการศึกษา #SPI #SmallButSmart #Microlearning #HybridLearning #Upskill #Reskill #AIการศึกษา #ThinkTank #ลดความเหลื่อมล้ำ #siamrathonline








