ธนชาตประกันภัยถอดรหัสอินไซต์ผู้บริโภค ต่อยอดสู่แนวคิด “ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี” เปิดเบื้องหลังแคมเปญ “ประกันรถตัวตึง นึกถึงธนชาตประกันภัย”
บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถและประกันภัยที่เข้าใจคนใช้รถจริง เปิดมุมมองเบื้องหลังการพัฒนาแคมเปญ “ประกันรถตัวตึง นึกถึงธนชาตประกันภัย” ที่ต่อยอดจากการศึกษาอินไซต์และพฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดประกันรถยนต์ จนนำมาสู่แนวคิด “ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี” ออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถแต่ละกลุ่ม โดยเชื่อว่าประกันภัยที่ดีในวันนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นประกันที่คุ้มครองมากที่สุดเสมอไป แต่ต้องเป็นประกันที่เหมาะกับรถ ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และงบประมาณของแต่ละคนมากที่สุด พร้อมถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านกิจกรรม “ผ้าคลุมรถสีส้ม” เพื่อชวนให้ผู้บริโภคกลับมาทบทวนว่าประกันภัยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตนเองหรือไม่
นายคงศักดิ์ หาญแสวงสิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้การเลือกประกันภัยรถยนต์ไม่ใช่เพียงเรื่องของความคุ้มครองที่มากที่สุดอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิต ความเสี่ยง และงบประมาณของแต่ละคนมากขึ้น”
“เราเชื่อว่าผู้ใช้รถแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน คนที่เพิ่งออกรถใหม่อาจต้องการความคุ้มครองแบบจัดเต็มเพื่อความอุ่นใจ ขณะที่ผู้ใช้รถมาระยะหนึ่งอาจเริ่มมองหาความคุ้มครองที่พอดีและคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคต้องคิดรอบมากขึ้นก่อนใช้จ่าย เราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น ตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 3 เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับอายุรถ พฤติกรรมการใช้งาน และงบประมาณของตัวเองได้จริง”
ด้าน นายมหพล จินดาขันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานกลยุทธ์การตลาดและบริหารประสบการณ์ลูกค้า บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องหลังของแนวคิดดังกล่าวเกิดจากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภคเชิงลึก ซึ่งพบว่าพฤติกรรมการเลือกซื้อประกันรถยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ในขั้นตอนการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ ลูกค้ามักจะมีส่วนร่วมในการศึกษาข้อมูล ทำความเข้าใจ เปรียบเทียบทางเลือกมากขึ้น เพื่อเลือกความคุ้มครองที่ตรงกับระดับความกังวลตัวเองมากที่สุด
“ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้มองหาคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคนอีกต่อไป แต่ต้องการความคุ้มครองที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด พวกเขาให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจรายละเอียด เปรียบเทียบทางเลือก และพิจารณาจากทั้งความคุ้มค่า ความอุ่นใจ และรูปแบบการใช้งานจริง นี่คือสัญญาณสำคัญที่สะท้อนว่าตลาดกำลังเปลี่ยนจากยุค Maximum Coverage ไปสู่ Perfect Fit Protection หรือจากการมองหาความคุ้มครองที่มากที่สุด ไปสู่การมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับชีวิตมากที่สุด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด ‘ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี’ ซึ่งถ่ายทอดผ่านแคมเปญ ‘ประกันรถตัวตึง นึกถึงธนชาตประกันภัย’ โดยใช้ ‘ผ้าคลุมรถสีส้ม’ เป็นสัญลักษณ์ชวนให้ผู้ใช้รถกลับมาทบทวนว่า ประกันภัยที่ใช้อยู่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตนเองในวันนี้หรือไม่”
นายมหพล กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการศึกษาอินไซต์ผู้บริโภค ธนชาตประกันภัยพบว่าพฤติกรรมการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ของคนไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารกระแสเงินสดและการวางแผนค่าใช้จ่ายมากขึ้น ขณะเดียวกัน การเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยี AI ทำให้ผู้บริโภคสามารถศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบทางเลือก และทำความเข้าใจความคุ้มครองได้ด้วยตนเองมากขึ้น จึงไม่ได้ตัดสินใจจากความคุ้นเคยหรือคำแนะนำเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองหาความคุ้มครองที่เหมาะกับรูปแบบการใช้รถและความต้องการของตนเองจริง ๆ ประกอบกับพฤติกรรมการใช้รถที่เปลี่ยนไป รถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ผู้บริโภคเริ่มมองรถเป็นพาหนะสำหรับการเดินทางมากกว่าสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางอารมณ์เช่นในอดีต รวมถึงการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่ทำให้หลายครอบครัวมีรถมากกว่าหนึ่งคันและมีความต้องการความคุ้มครองที่แตกต่างกันในแต่ละคัน นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์บริการหลังการขายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความสะดวกในการเคลม และคุณภาพของเครือข่ายอู่หรือศูนย์ซ่อม เนื่องจากสิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่ได้รับจริงในวันที่เกิดเหตุ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงว่าประกันภัยคุ้มครองมากที่สุดหรือมีราคาถูกที่สุด แต่กำลังมองหาความสมดุลระหว่างความคุ้มค่า ความอุ่นใจ และความเหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเองมากขึ้น
จากอินไซต์ดังกล่าว ธนชาตประกันภัยได้นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดย นายคงศักดิ์ กล่าวว่า “เมื่อเข้าใจว่าคนใช้รถแต่ละกลุ่มมีความต้องการและความกังวลแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือการออกแบบความคุ้มครองให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง เพราะความกังวลของลูกค้าไม่ได้เหมือนกันในทุกช่วงของการใช้รถ ทั้งอายุรถ รูปแบบการใช้งาน และภาระค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงชีวิต”
- กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองแบบชั้น 1 แต่เริ่มให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการบริหารค่าใช้จ่ายมากขึ้น เรามี “ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ธนชาต วันเซฟ” ราคาเริ่มต้นเพียง 7,500 บาท เพื่อช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยเกือบหมื่นบาท แต่ยังได้รับความคุ้มครองครบถ้วน เพียงแต่อาจจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก 3,000 บาท หากเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี สะท้อนแนวคิดอย่างชัดเจนว่า ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงที่สุดเสมอไป แต่สามารถเลือกสิ่งที่เหมาะกับรถและการใช้งานของตัวเองได้
- กลุ่มที่ใช้รถบ่อยรถ และมีรถอายุประมาณ 5–10 ปี มีประสบการณ์ขับรถสูง ต้องการความคุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ความกังวลไม่ได้อยู่เพียงเรื่องค่าซ่อมรถ แต่อยู่ที่ผลกระทบต่อการใช้ชีวิตหากเกิดอุบัติเหตุหรือรถต้องเข้าซ่อม เรามี “ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+จัดเต็ม” คุ้มครอง ชน หาย ไฟไหม้ แล้ว เรายังเพิ่มความคุ้มครองที่ช่วยดูแลชีวิตประจำวัน เช่น เงินชดเชยค่าเดินทาง เมื่อรถเข้าซ่อม เงินชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาล บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตต่อได้อย่างอุ่นใจ
- กลุ่มลูกค้าที่รู้สึกว่าอุบัติเหตุเป็นเรื่องไกลตัว ไม่ค่อยเคลม และไม่ได้กังวลกับเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องการเพียงความคุ้มครองที่เมื่อเกิดเหตุไม่ต้องจ่ายหนัก ธนชาตประกันภัยมี ‘ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+ฟิต’ ที่ให้ความคุ้มครองที่จำเป็นในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 5,500 บาท พร้อมขยายอายุรับประกันสูงสุดถึง 30 ปี เพื่อรองรับพฤติกรรมคนไทยที่ใช้รถนานขึ้น แต่ยังคงความอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
- กลุ่มลูกค้าที่มีรถอายุ 10 ปีขึ้นไป ซึ่งความกังวลหลักคือค่าเสียหายก้อนใหญ่จากอุบัติเหตุ เรามี ‘ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 3+ ฟิต’ ราคาเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท แต่ยังให้ความคุ้มครองสำคัญ เช่น ค่าซ่อมรถเราสูงสุด 50,000 บาท คุ้มครองรถคู่กรณีสูงสุด 20 ล้านบาท
- กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความกังวลเฉพาะด้าน ทั้งแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จไฟ ธนชาตประกันภัยมี “ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต ชั้น 1 ซิงเกิ้ล เรท จัดเต็ม EV” ที่ออกแบบความคุ้มครองให้ตอบโจทย์การใช้งานรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ ไม่เพียงคุ้มครองตัวรถ แต่ยังครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่ โดยให้ความคุ้มครอง 100% สำหรับรถที่มีอายุแบตเตอรี่ไม่เกิน 5 ปี โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา รวมถึงคุ้มครองความเสียหายของ Wall Charger สูงสุด 50,000 บาทต่อครั้ง เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถ EV ในทุกการเดินทาง
ธนชาตประกันภัย ยังคงชูจุดแข็งด้านการบริการ ทั้งบริการ Meet & Care ที่ช่วยดูแลและประสานงานส่งรถเข้าซ่อมแทนลูกค้า บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง การแจ้งเคลมผ่าน LINE พร้อมแชร์พิกัดได้สะดวก รวมถึงเครือข่ายอู่และศูนย์บริการมาตรฐานกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ผู้ใช้รถในทุกสถานการณ์
ทั้งนี้ ธนชาตประกันภัยเชื่อว่า ประกันภัยที่ดีที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่ประกันที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด แต่คือประกันที่เหมาะสมกับชีวิตของผู้ใช้รถแต่ละคนมากที่สุด ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของตลาดประกันภัยรถยนต์ไทยในอนาคต
สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยของธนชาตประกันภัยได้ผ่านทุกช่องทางที่สะดวก ทั้งเว็บไซต์ www.thanachartinsurance.co.th โทร. 1519 หรือผ่านตัวแทน นายหน้า และโบรกเกอร์ประกันภัยทั่วประเทศ
#ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance #ประกันรถตัวตึงนึกถึงธนชาตประกันภัย #ประกันที่ใช่ไซส์ที่พอดี








