รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
ที่ปรึกษาสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ทุกครั้งที่ผลโพลนำเสนอหรือเผยแพร่สู่สาธารณะ คำถามที่ตามมาคือ “เชื่อได้ไหม” หรือ “โพลไหนแม่นกว่า” คำถามนี้อาจไปไม่ถึงแก่นสำคัญของปรากฏการณ์โพลในสังคมร่วมสมัย เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่าเนื้อหาของ(ข้อมูล)ตัวเลข คือพลวัตของโพลแต่ละชุดในพื้นที่สาธารณะ โดยมีคำถามสำคัญที่ชวนสงสัยคือ เหตุใดโพลบางชุดถูกอ้างซ้ำ ขยายความ และกลายเป็นวาระแห่งชาติ ขณะที่โพลอีกจำนวนไม่น้อยกลับเงียบหาย
การทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้ต้องขยับกรอบคิดจากการมองโพลเป็นผลสำรวจรายชิ้น ไปสู่การมองโพลในฐานะองค์ประกอบหนึ่งของ “ระบบนิเวศความรู้ของสังคม” ระบบนิเวศนี้ประกอบด้วยข้อมูล ผู้ผลิตความรู้ ตัวกลางการสื่อสาร สถาบันทางการเมือง วัฒนธรรมการรับรู้ และโครงสร้างอำนาจที่ร่วมกันกำหนดว่า ความรู้แบบใดจะมองเห็น ยอมรับ หรือทำให้เงียบ
ภายใต้ระบบนิเวศความรู้ โพลทำหน้าที่เป็น “โหนด” (node) ที่เชื่อมเสียงของประชาชนเข้ากับสื่อ นักวิชาการ ผู้กำหนดนโยบาย และแพลตฟอร์มดิจิทัล ข้อมูลดิบจากแบบสอบถามเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่สาธารณะเองไม่ได้ จะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก การแปลความ และการสื่อสารซ้ำ กระบวนการนี้เป็นตัวที่กำหนดว่าโพลชุดใดจะมีชีวิตยืนยาว และโพลชุดใดจะจบลงเพียงแค่ข่าวรายวัน
เมื่อพิจารณาโพลในมิติของระบบนิเวศ จะเห็นว่าโพลบางชุด “ดัง” ไม่ใช่เพราะมีคุณภาพทางสถิติเหนือกว่าเสมอไป หากเป็นเพราะสอดคล้องกับความคาดหวังของสังคม เข้ากับวาระทางการเมือง หรือเหมาะกับตรรกะการทำข่าวของสื่อ โพลที่สรุปเป็นพาดหัวสั้น ๆ หรือให้ภาพขาวดำของผู้ชนะและผู้แพ้ทำให้ถูกเลือกใช้มากกว่าโพลที่สะท้อนความลังเล ความไม่แน่นอน หรือความแตกต่างภายในสังคม
ในทางกลับกัน โพลที่ตั้งคำถามเชิงโครงสร้าง หรือให้คำตอบที่ไม่สอดคล้องกับกระแสหลัก อาจถูกลดทอนความสำคัญหรือถูกตั้งข้อสงสัยอย่างรุนแรงแม้โพลจะมีวิธีวิทยาที่รัดกุม เนื่องจากภายใต้ระบบนิเวศความรู้ที่ไม่สมดุล ความหมายของโพลไม่ได้ถูกตัดสินด้วยคุณภาพเชิงเทคนิคอย่างเดียว แต่ถูกกำกับด้วยอำนาจในการกำหนดว่า “อะไรควรถูกนับเป็นความรู้สาธารณะ” บริบทของสังคมดิจิทัลทำให้ระบบนิเวศความรู้ของโพลมีความซับซ้อนมากขึ้น ความเร็วในการไหลเวียนของข้อมูลทำให้โพลเข้าถึงผู้คนจำนวนมากในเวลาอันสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความเสี่ยงของการตัดตอน การสรุปย่อ และการตีความแบบผิวเผิน โพลจำนวนไม่น้อยถูกแชร์ในรูปของกราฟหรือประโยคสั้น ๆ โดยขาดบริบทของวิธีวิทยาและข้อจำกัดของข้อมูล ส่งผลให้สารสนเทศจากโพลถูกยกระดับเป็น “ความรู้” โดยที่สังคมยังไม่มีโอกาสไตร่ตรองอย่างรอบด้าน
ภายใต้กรอบ DIKW (Data-Information-Knowledge-Wisdom) เส้นทางจากข้อมูลไปสู่ความรู้ในงานโพลไม่ได้เป็นลำดับขั้น ข้อมูลดิบถูกคัดเลือกและจัดระเบียบเป็นสารสนเทศผ่านการออกแบบคำถามและการนำเสนอ จากนั้นสารสนเทศจะทำให้มีน้ำหนักเชิงความหมายผ่านการอ้างอิงซ้ำในสื่อและการเมือง ความรู้จากโพลเป็นความรู้เชิงเงื่อนไขที่ขึ้นอยู่กับการยอมรับในระบบนิเวศความรู้มากกว่าการพิสูจน์เชิงสถิติ
ประเด็นที่น่ากังวลคือ เมื่อโพลบางชุดถูกขยายความหมายจนกลายเป็น “เสียงของประชาชน” โพลอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดการถกเถียงมากกว่าการเปิดพื้นที่เรียนรู้ การอ้างโพลในลักษณะนี้ทำให้ความรู้จากโพลทำหน้าที่เป็นทรัพยากรเชิงอำนาจมากกว่าทรัพยากรเชิงปัญญา ขณะเดียวกันโพลที่ตั้งคำถามต่อกรอบคิดเดิมหรือสะท้อนเสียงที่ไม่สอดคล้องกับกระแสอาจถูกผลักออกจากระบบนิเวศความรู้สำหรับสังคมไทยโพลมีสถานะพิเศษในระบบนิเวศความรู้สาธารณะ เนื่องจากโพลทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทางเลือกในการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนในช่วงเวลาที่ช่องทางการถกเถียงเชิงสถาบันมีข้อจำกัด สถานะนี้ทำให้โพลมีพลังในการกำหนดวาระและสร้างการรับรู้ร่วม แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้โพลเผชิญแรงกดดันด้านความชอบธรรมและความไว้วางใจ
จากคำกล่าวที่ว่า “เดี๋ยวนี้โพลเชื่อไม่ได้” นอกจากจะเป็นข้อสงสัยต่อเทคนิคการสำรวจแล้ว ยังสะท้อนถึงความไม่มั่นใจต่อระบบนิเวศความรู้ที่โพลสังกัดอยู่ ความคลางแคลงนี้ชี้ให้เห็นว่า การจัดการโพลอย่างมีความรับผิดชอบไม่ควรจำกัดอยู่ที่ การพัฒนาวิธีวิทยา แต่ต้องรวมถึงการออกแบบบทบาทของโพลในระบบนิเวศความรู้ ทั้งในมิติการสื่อสาร ความโปร่งใส และการเปิดพื้นที่ให้เกิดการตีความอย่างหลากหลาย
นอกจากนี้ การเรียนรู้ระดับสังคมจะเกิดขึ้นได้ เมื่อโพลมีการออกแบบและสื่อสารในฐานะ “จุดตั้งต้นของคำถาม” มากกว่าคำตอบสุดท้าย เพราะโพลจะสนับสนุนการเรียนรู้เชิงสะสม ช่วยให้สังคมมองเห็นความเปลี่ยนแปลง แนวโน้ม และความขัดแย้งภายในตนเองได้ชัดขึ้น
การตั้งคำถามว่าเหตุใดโพลบาง ‘ชุดดัง’และบาง ‘ชุดเงียบ’ คือการตั้งคำถามถึงโครงสร้างความรู้ของสังคมโดยรวม เมื่อโพลไม่ใช่แค่ตัวเลขที่รอการตีความเท่านั้น แต่โพลยังเป็นภาพสะท้อนของระบบนิเวศความรู้ที่คนในสังคมร่วมกันสร้าง หากสังคมไทยต้องการให้โพลเป็นมากกว่าเครื่องมือเชิงอำนาจ การออกแบบระบบนิเวศความรู้ที่ให้คุณค่ากับความซับซ้อน ความไม่แน่นอน และการเรียนรู้ร่วมกัน ถือเป็นบทบาทสำคัญที่โพลต้องพยายามทำและทำต่อเนื่องครับ
#โพล #ระบบนิเวศความรู้ #สวนดุสิตโพล #การเมืองของความรู้ #สังคมไทย #ความคิดเห็นสาธารณะ #DataToKnowledge #วิเคราะห์สังคม







