สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังจากนักลงทุนแสดงความไม่มั่นใจต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้นในปากีสถาน โดยยังคงไม่ชัดเจนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาภาวะชะงักงันด้านอุปทานพลังงานในตะวันออกกลางได้หรือไม่
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 3.40 ดอลลาร์ หรือ 3.72% ปิดที่ 94.69 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 4.70% ปิดที่ 99.39 ดอลลาร์/บาร์เรล
กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานออกแถลงการณ์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังหารือผ่านทางปากีสถานเพื่อเตรียมจัดการเจรจารอบที่สองในความพยายามที่จะยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 7 สัปดาห์ ข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน กำลังจะหมดอายุในวันที่ 21 เมษายนนี้
แหล่งข่าวจากอิหร่านเผยว่า ตัวแทนเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลดความคาดหวังต่อการทำข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุม โดยมุ่งหวังที่จะทำข้อตกลงชั่วคราวแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอีกในระยะสั้น
ขณะเดียวกันแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียและยุโรประบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเวลาประมาณ 6 เดือนในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน
ส่วนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ ใกล้จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แม้ว่าราคาน้ำมันแทบจะไม่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของปธน.ทรัมป์ และตลาดก็ไม่มีปฏิกิริยาต่อการประกาศว่าทั้งอิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน







