เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,266 คน ซึ่งดำเนินการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 7–10 เมษายน 2569 ในหัวข้อ “การรับมือวิกฤตพลังงานของรัฐบาล” เพื่อสะท้อนมุมมองของประชาชนต่อแนวทางแก้ปัญหาพลังงานและค่าครองชีพ
จากผลสำรวจเมื่อรัฐบาลได้แถลงแนวทางรับมือวิกฤตพลังงาน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนมาตรการต่าง ๆ ในระดับสูง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยมีผู้เห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 72.27 เห็นด้วยมากร้อยละ 21.56 ขณะที่ระดับปานกลางอยู่ที่ร้อยละ 4.50 และไม่เห็นด้วยเลยเพียงร้อยละ 0.48
ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs พบว่า ประชาชนเห็นด้วยในระดับมากที่สุดร้อยละ 59.48 และเห็นด้วยมากร้อยละ 28.67 ขณะที่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมีสัดส่วนต่ำมาก
ขณะเดียวกัน แนวทางการปรับลดงบประมาณภาครัฐเพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้รับการสนับสนุนในระดับมากที่สุดร้อยละ 58.06 และเห็นด้วยมากร้อยละ 22.75 โดยสะท้อนความคาดหวังให้ภาครัฐเร่งบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน
เมื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นต่อความสำเร็จของ 3 แนวทางดังกล่าว พบว่าประชาชนมีความคิดเห็นหลากหลาย โดยร้อยละ 34.36 มองว่าน่าจะสำเร็จ ร้อยละ 32.23 ไม่แน่ใจ ร้อยละ 14.69 มองว่าสำเร็จแน่นอน ขณะที่ร้อยละ 13.98 มองว่าไม่น่าจะสำเร็จ และร้อยละ 4.74 มองว่าไม่สำเร็จ
นอกจากนี้ ประชาชนยังเสนอความต้องการเพิ่มเติมต่อรัฐบาล โดยประเด็นที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด ได้แก่ การลดภาษีน้ำมันและภาษีสรรพสามิตร้อยละ 76.07 การตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคร้อยละ 75.12 การเพิ่มเงินอุดหนุนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้มีรายได้น้อยร้อยละ 54.74 การส่งเสริมพลังงานทดแทนในระยะยาวร้อยละ 54.27 และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ฉวยโอกาสจากวิกฤตพลังงานร้อยละ 46.05
ด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยต้องการมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้ทันที มากกว่านโยบายในเชิงหลักการ พร้อมเน้นย้ำว่าการสื่อสารและการดำเนินนโยบายต้องชัดเจนและตอบโจทย์สถานการณ์จริง
ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ให้ความเห็นว่า การที่ประชาชนให้การสนับสนุนการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในระดับสูง สะท้อนว่ามองว่าเป็นรากของปัญหาค่าครองชีพ แต่ระดับความเชื่อมั่นที่ยังอยู่ในระดับปานกลางและมีสัดส่วนผู้ไม่แน่ใจสูง บ่งชี้ว่าความไว้วางใจต่อมาตรการภาครัฐยังมีข้อจำกัด พร้อมชี้ว่าโจทย์สำคัญของรัฐบาลคือการสร้างสมดุลระหว่างการช่วยเหลือระยะสั้นกับความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาว
#สวนดุสิตโพล #วิกฤตพลังงาน #น้ำมันแพง #ค่าไฟ #เศรษฐกิจไทย #ค่าครองชีพ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #พลังงาน #รัฐบาล #โพลความคิดเห็น #ลดภาษีน้ำมัน








