คนโลกสวย / ทวี สุรฤทธิกุล
โพลเป็นโลกของความคิดเห็น ภายใต้อารมณ์และจิตใจของมนุษย์ที่สุดแสนจะแปรปรวน ดังที่โบราณท่านว่า “จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง”
เมื่อตอนปลายปี 2556 ระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่ม กปปส. ที่เคลื่อนไหวชัตดาวน์กรุงเทพฯ ต่อเนื่องมาจนข้ามปี เพื่อต่อต้านระบอบทักษิณ ตอนนั้นผู้เขียนมารักษาการเป็นคณบดีของสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พวกอาจารย์หลายคนได้เข้าไปมีบทบาทในเหตุการณ์ครั้งนั้น บ้างก็สนับสนุน กปปส. บ้างก็สนับสนุนรัฐบาล มีอาจารย์คนหนึ่งมาเสนอโครงการขอทำโพลเพื่อวัดความคิดเห็นของประชาชน หรือทำโพล ซึ่งผู้เขียนก็ต้องเออออเพราะไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรไปคัดค้าน รวมถึงไม่ชอบให้ใครมาโกรธแค้นถ้าไปคัดค้าน เพราะเขาก็หาสปอนเซอร์มาเอง และตั้งทีมงานทำเอง ไม่ได้เบียดบังหลวง เพียงแต่มีการเอาเวลาราชการไปทำงานอื่นบ้าง แต่ก็เป็นงานวิชาการและการบริการทางสังคมอย่างหนึ่ง (ซึ่งในยุคสมัยของ “ตัวชี้วัด” ที่ระบบราชการได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานต้องมีเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อวัดปริมาณและคุณภาพของงาน มหาวิทยาลัยก็มีตัวชี้วัดหนึ่ง คือ “การบริการวิชาการแก่สังคม” นี้ด้วย)
วันเปิดโครงการ ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปเป็นประธาน หลังจากกล่าวเปิดพอเป็นพิธีแล้ว อาจารย์ที่เป็นเจ้าของโครงการในฐานะผู้อำนวยการการจัดทำ “เขียวทองโพล” (เขียวทองคือสีประจำมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช) ได้ชี้แจงรายละเอียดแก่ผู้มาฟังถึงกระบวนการการทำโพลนี้ว่า ได้จัดทำตามหลักวิชาการด้านสถิติและการวิจัยอย่างไรบ้าง ทั้งรับประกันว่าเป็นโพลที่น่าเชื่อถือ โดยจะมีการวัดความคิดเห็นของประชาชนทุกสัปดาห์ ในประเด็นทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่เด่น ๆ ในช่วงสัปดาห์นั้น ซึ่งผู้เขียนคิดอยู่ในใจว่าคนทำคงจะต้องเหนื่อยน่าดู รวมถึงต้องมีค่าใช้จ่ายมาก แต่เมื่อ (แอบ) สอบถามเรื่องสปอนเซอร์แล้ว ผู้อำนวยการโพลบอกว่าไม่ต้องห่วง “น่าจะทำได้เป็นปี”
เอาเข้าจริง ๆ ก็ทำได้ประมาณ 2 เดือน และบางสัปดาห์ก็ว่างเว้นไม่ได้มีโพลอะไร ถามอาจารย์ผู้ดูแลเขาก็บอกว่า จำเป็นต้องยุติการจัดทำเพราะประเด็นที่จะเอามาให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นนั้นเริ่มจะซ้ำ ๆ และไม่มีอะไรโดดเด่น บางสัปดาห์จึงไม่มีการให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น และอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าฟังกว่าก็คือ มีการเอาโพลไปใช้ประโยชน์ในทางการเมืองหรือการเลือกข้าง เป็นเหตุให้โพลถูกโจมตีว่ามีความลำเอียง ซึ่งผู้เขียนก็เชื่อเพราะดูน่าจะเป็นจริงในแนวนั้นมากกว่า
ผู้เขียนอยู่ในวงวิชาการมาถึงปัจจุบันก็ย่างเข้าปีที่ 40 จำได้ว่าตอนที่มาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ใน พ.ศ. 2530 ยังไม่มีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันทางวิชาการใดมีการจัดทำโพลอะไรเป็นเรื่องเป็นราว จนถึงช่วงหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 จึงได้มีโพลของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (ตามข้อมูล ChatGPT บอกว่าเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2538) ตามมาด้วยนิด้าโพล ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ใน พ.ศ. 2543 แล้ว “แฟชั่นโพล” ก็เกิดตามมาอีกมาก ที่พอมีชื่อเสียงก็เช่น กรุงเทพโพลของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอแบคโพลของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และอีสานโพลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น ปัจจุบันที่เห็นยัง “แอกทีฟ” หรือยังดำเนินการอยู่ก็น่าจะเหลือแต่สวนดุสิตโพลกับนิด้าโพล แต่ก็ดูเหมือนว่านิด้าโพลจะมีการจัดทำที่ถี่และสม่ำเสมอมากกว่า เพราะมีการแถลงข่าวถึงผลโพลออกมาทุกระยะ อันน่าจะเป็นผลมาจาก “ความขยัน” ของผู้บริหารโพลนี้ แม้ว่าบางเรื่องบางครั้งก็ยังมี “ข้อกังขา” อยู่พอสมควร
ผู้เขียนรู้จัก ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพลมานาน ย้อนไปถึงยุคการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตย (ควป.) ที่ต่อต้านระบอบทักษิณใน พ.ศ. 2549 ก็ได้เจอ ดร.สุวิชาหลายครั้ง ในการประชุมและแถลงข่าวต่าง ๆ จนถึงปี 2554 ที่มีการเลือกตั้งและได้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ก็ทราบว่า ดร.สุวิชามาเป็นผู้อำนวยการนิด้าโพล และได้ทำนายการเลือกตั้งในปีนั้นได้อย่างถูกต้องหลายประเด็น จากนั้นก็ได้เห็นผลงานของเขาเรื่อยมา นับว่าเป็นนักวิชาการหนุ่มที่มีความขยันมาก ๆ เพราะต้องทำทั้งงานวิชาการที่มีภาระหนักอึ้ง และการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมอย่างการทำนิด้าโพลนี้ ที่ต้องมีความสม่ำเสมอและต้องสร้างความเชื่อถือให้แก่สังคมให้มั่นคง ผู้เขียนจำได้ว่าในช่วงที่มีการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 ผู้เขียนได้รับเชิญจากนิด้าโพลให้ไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางรายการโทรทัศน์ของ ดร.สุวิชา อยู่สัก 2 - 3 ครั้ง ทั้งยังได้ไปดูตึกที่ทำงานของเจ้าหน้าที่และพนักงานที่จ้างมาทำนิด้าโพล โดยเฉพาะพนักงานที่จะต้องคอยโทรศัพท์ไปสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ก็มีจำนวนเกือบ 20 คน พร้อมกับห้องทำงานที่กว้างขวาง และมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่ไม่กล้าถามว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรยังไง เพียงแต่ทราบว่าทางสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์คือผู้จัดสรรงบประมาณให้เป็นหลัก ก็คงจะไม่มีปัญหาในเรื่องของค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่ดำเนินงานมาได้ถึง พ.ศ. นี้ ที่นับเวลาตั้งแต่ก่อตั้งมานี้ ก็เป็นเวลากว่า 30 ปี
มาถึง พ.ศ. นี้ เทคโนโลยีการสื่อสารเจริญไปมาก ทราบว่าในการทำโพลก็มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ นี้กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการสื่อสารในระบบออนไลน์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ คือไม่ต้องใช้โทรศัพท์เที่ยวโทรเข้าโทรศัพท์บ้านหรือมือถือของกลุ่มเป้าหมายเหมือนเมื่อหลายปีก่อน แต่มีระบบการรับฟังความคิดเห็นอัตโนมัติ โดยทำผ่านโซเชียลมีเดียได้โดยตรง ไม่ว่าจะในทางเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือติ๊กต็อก ยิ่งไปกว่านั้นยังมีแอปพลิเคชันในการสร้างแบบสอบถามหรือการรับฟังความคิดเห็นนั้นมากมาย เช่น Google Forms ที่ใช้ง่ายและฟรี หรือ SurveyMonkey ตัวนี้ใช้ในองค์กรหรือทางธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นในการประชุม งานอีเวนต์ และการเรียนการสอนก็มีอีกหลายตัว รวมถึงที่ทำเป็นเกมให้เล่นหรือแอบถามความคิดเห็นต่าง ๆ ก็มีอีกเป็นจำนวนมาก
ในฐานะผู้สอนวิชารัฐศาสตร์ ผู้เขียนเชื่อว่าในอนาคตการเมืองการปกครองของโลกจะเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านระบบการแสดงความคิดเห็นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่จะสามารถทำได้โดยตรง รวดเร็ว และชัดเจน มากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นก็อาจจะมีปัญหาในเรื่อง “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความเที่ยงตรง” โดยความน่าเชื่อถือเป็นเรื่องของจิตวิทยา ที่มีปัจจัยต่าง ๆ มากมายซึ่งเป็นผลมาจากสภาพการรับรู้และการแสดงออกของมนุษย์แต่ละคน อย่างที่เรียกว่า “นานาจิตตัง” และ “ยากแท้หยั่งถึง” ส่วนเรื่องของความเที่ยงตรงจะเป็นเรื่องทางวิชาการสถิติและการวิจัย ที่นักวัดทัศนคติและนักวิจัยจะต้องทำให้มีความเป็นวิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามแม้จะสามารถสร้างเครื่องมือวัดความคิดเห็นที่เที่ยงตรงและน่าเชื่อถือได้แล้ว แต่ “สงครามความคิดเห็น” ก็ยังน่าจะเป็น “เรื่องใหญ่” ของการเมืองยุคหน้า ที่ผู้คนก็ยังคงจะต้อง “เลือกข้าง” หรือมี “ความลำเอียง” นั้นอยู่ดี ซึ่งสิ่งนี้คือธรรมชาติของการเมือง ที่จะต้องต่อสู้แย่งชิงกันขึ้นสู่อำนาจ ด้วยเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ในทุกวิถีทาง เพราะนักการเมืองนั่นเองที่แบ่งคนเป็นฝ่ายต่าง ๆ เพื่อการขึ้นสู่อำนาจของพวกเขา
ประชาชนอย่างเรา ๆ ก็ต้องตั้งสติให้ดี ถ้าได้นักการเมืองไม่ดีต่อไปก็อย่าไปเลือกมัน
ในสงครามของความคิดเห็น ความคิดเห็นที่เป็นธรรมะย่อมชนะความคิดเห็นที่เป็นอธรรม เช่นกัน!
#โพล #นิด้าโพล #การเมืองไทย #ความคิดเห็น #สงครามความคิด #วิเคราะห์การเมือง #สื่อสารมวลชน #สังคมไทย #ประชาธิปไตย #ข่าวการเมือง #siamrathonline
ภาพประกอบสร้างโดยAI








