การเมืองเรื่องอาวุธปืนไม่ได้เป็นเพียงแค่การโต้เถียงกันเพื่อเอาชนะคะคานกันทางความคิด แต่คือการวางรากฐานความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยทุกคนในระยะยาว
บรรดานักการเมืองทั้งหลายต้องตระหนักว่ากำลังพาสังคมไทยไปในทิศทางไหน ไม่ใช่สบช่องเห็นว่ามีจุดได้เปรียบทางการเมืองหรือจะโกยคะแนนเสียง ก็จ้องจะโค่นล้มรัฐบาลอย่างเดียว จนละเลยหลักการโดยไม่มองถึงปัญหาใหญ่ของประเทศ
การจัดการปืนนั้นจะต้องทำทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นปืนที่ถูกกฎหมายหรือปืนเถื่อน เมื่อแนวคิดการปฏิรูปและเข้มงวดกับใบอนุญาตครอบครองปืนถูกตอบโต้ด้วยวาทกรรมบิดเบือน ความเสียหายที่อาจตามมาในอนาคตย่อมตกอยู่กับประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ในทางกฎหมายผู้ที่ลั่นไกจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง แต่ในทางนโยบายและสังคม ผู้ที่เคยขัดขวางหรือสร้างความเข้าใจผิดให้สังคมจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรให้สาสมกับที่ทำให้เกิดความเสียหายในอนาคต
เพราะการลงโทษผ่านคูหาเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตย หากในอนาคตสถิติอาชญากรรมจากอาวุธปืนพุ่งสูงขึ้น หรือเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สร้างความสูญเสียแก่ชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาจไม่ทันการณ์
พรรคการเมืองหรือนักการเมืองที่เคยขัดขวางการจัดระเบียบปืน จะชดเชยและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและประชาชนทั่วไปอย่างไร
ในยุคที่ทุกความเห็นยังคงปรากฏอยู่บนโลกออนไลน์เป็นดิจิทัลฟุตพริ้นท์ (Digital Footprint) นี่จะเป็นตราบาปทางสังคมและการถูกตีตราทางจริยธรรม วาทกรรมที่เคยใช้เพื่อเอาชนะกันในวันนั้น จะสร้างความเสียหายเป็นราคาที่เจ้าของวาทกรรมเหล่านั้นคงจ่ายไม่ไหว เมื่อเกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนขึ้นจริง
#บทบรรณาธิการสยามรัฐ #การเมืองเรื่องอาวุธปืน #ปฏิรูปอาวุธปืน #ความปลอดภัยประชาชน #ปืนเถื่อน #ข่าวด่วน #ข่าวกระแส #DigitalFootprint #นโยบายสาธารณะ








