เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุความรุนแรงขึ้นบริเวณงาน “ชิม ช้อป ใช้” ใกล้ทางเข้าลานพ่อขุนทด ต.ด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยมีทั้งการใช้อาวุธปืนและอาวุธมีคมทำร้ายกัน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 6 ราย ท่ามกลางประชาชนที่อยู่ภายในบริเวณจัดงาน
หลังได้รับแจ้งเหตุ พ.ต.ท.พิสิษฐ์ สังเกต สว.(สอบสวน) สภ.ด่านขุนทด พร้อมกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ขณะที่ผู้บาดเจ็บบางรายซึ่งมีอาการรุนแรงถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
ผู้บาดเจ็บทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย นายประกอบ ปฏิทิน มีบาดแผลถูกฟันที่บริเวณแผ่นหลัง ส่วนนายวีรวุฒิ หมายสุข ถูกยิงที่แผ่นหลังและแขน น.ส.สุภาวิณี โสดา ถูกยิงบริเวณข้อเท้า ขณะที่นายสุธน พร้อมกลาง และนายนนทกร วงษ์แก้ว ถูกยิงบริเวณแขน ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายอยู่ระหว่างการรักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
ในเวลาต่อมา ตำรวจตรวจพบอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ในบริเวณที่เกิดเหตุ และสามารถควบคุมตัวนายณัฐกิจ ดึกขุนทด อายุ 32 ปี ชาว ต.ด่านนอก อ.ด่านขุนทด ซึ่งตำรวจระบุว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.ด่านขุนทด
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐกิจให้การรับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีปัญหาทะเลาะกับกลุ่มผู้จัดงาน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการขโมยรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันยังระบุว่าเห็นเพื่อนถูกกลุ่มคนรุมจับตัว จึงเข้าไปช่วยเหลือ ก่อนเกิดเหตุยิงกันขึ้น
ด้านตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณฝั่งตรงข้ามจุดเกิดเหตุ แต่พบว่ามุมกล้องไม่ครอบคลุมพื้นที่ที่เกิดเหตุโดยตรง จึงไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์สำคัญไว้ได้ มีเพียงเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 2 นัด และเสียงผู้คนส่งเสียงเอะอะโวยวายที่สามารถบันทึกไว้ได้
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำผู้ต้องหา ผู้บาดเจ็บ และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเส้นทางที่ผู้ร่วมก่อเหตุใช้หลบหนี เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นมาดำเนินคดี
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืนกับผู้ต้องหา ส่วนข้อหาอื่นจะพิจารณาเพิ่มเติมตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยคดีอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ต.อ.พัฒนากร สูงนารถ ผกก.สภ.ด่านขุนทด
สำหรับอาการของผู้บาดเจ็บที่ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ล่าสุดมี 1 รายที่ยังอยู่ในอาการโคม่า ขณะที่อีก 1 รายพ้นภาวะอันตรายแล้ว และอยู่ระหว่างรอเข้ารับการผ่าตัด
ขอบคุณภาพ / นักล่า กระจอก








