สารจากพลโท ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก ที่ออกมาเตือนไม่ให้ไว้วางใจสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชา อาจไม่ใช่การเตือนภัยตามวงรอบปกติ แต่คือการถอดรหัสสัญญาณอันตรายจากความสงบฉาบฉวยในปัจจุบัน
ในประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่ "สงครามกฎหมาย" หากเกิดการปะทะครั้งที่ 3 กัมพูชาจะไม่สู้แค่ในพื้นที่หน้าด่าน แต่จะใช้เอกสารสิทธิและกลไกโลกกดดันไทย ในฐานะพี่ใหญ่ที่รังแกเพื่อนบ้าน ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกตั้งปี 2570 คือ Trigger Point สำคัญ เพราะประวัติศาสตร์ชี้ชัดว่า เมื่อใดที่ความนิยมภายในสั่นคลอน ประเด็นชายแดนคือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการกอบกู้คะแนนเสียง
แน่นอน... ไม่มีใครอยากให้การสู้รบเกิดขึ้น ยิ่งในยุคที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบากจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา เราเห็นว่าไทยต้องเร่งยกระดับยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการผนวกรวมเทคโนโลยีข่าวกรองเชิงรุก เข้ากับการเฝ้าตรวจแบบเรียลไทม์ เพื่อรู้ความเคลื่อนไหวก่อนความขัดแย้งเกิด
การทำยุทธศาสตร์เชิงรุกที่กระทรวงกลาโหมต้องทำงานล้อไปกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตรในอาเซียนป้องกันการถูกโลกล้อมไทย และสุดท้ายคือการทำระบบข้อมูลดิจิทัล ถอดบทเรียนการรบที่ผ่านมาให้ทหารรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อเตรียมรับมือการรบแบบอสมมาตร
สันติภาพที่มั่นคงที่สุด คือสันติภาพที่เกิดจากความพร้อมรบที่น่าเกรงขามที่สุด สิ่งที่กองทัพต้องทำในวันนี้ไม่ใช่แค่การสั่งสมอาวุธ แต่คือการบูรณาการองค์ความรู้และยุทธวิธีให้เท่าทันกับรูปแบบสงครามที่เปลี่ยนไป หากเราไม่เตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ ประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอยที่ชายแดน อาจกลายเป็นวิกฤตที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม
"แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบให้พร้อมสรรพ์
ศัตรูกล้ามาประจัน จะอาจสู้ริปูสลาย"
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)
#ไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #กองทัพไทย #เลือกตั้ง67 #สงครามกฎหมาย #Lawfare #ข่าวการเมือง #Geopolitics







