สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 ระบุว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้เกาหลีใต้มีสถานะเป็น “รัฐที่เป็นศัตรูมากที่สุด” พร้อมส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันว่า เปียงยาง พร้อมตอบโต้ด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด หากกรุงโซลกระทำการใดที่เป็นการยั่วยุอธิปไตย
นอกจากนี้ ยังได้ตอกย้ำจุดยืนความแข็งแกร่งในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้อย่างชัดเจน โดยถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมวันสุดท้ายของสภาประชาชนสูงสุด (SPA) ชุดที่ 15 ซึ่งผู้นำคิมได้เปิดเผยถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดรับกับความจำเป็นในการพัฒนาประเทศตามบริบทความมั่นคงที่เปลี่ยนไป
โดยระบุชัดว่า เกาหลีเหนือจะดำเนินนโยบายเพิกเฉยต่อกรุงโซลอย่างสิ้นเชิง ทั้งในเชิงการทูตและการกระทำ พร้อมข่มขู่ว่าเกาหลีใต้จะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ตามมาอย่างไม่ปรานีหากล้ำเส้นความอดทน แม้ในรายงานของ KCNA จะระบุถึงการหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังคงมีความคลุมเครือว่ามีการระบุคำว่ารัฐศัตรูลงไปในตัวบทกฎหมายอย่างเป็นทางการหรือไม่ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญจากรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่เคยชูเป้าหมายเรื่องการรวมชาติโดยสันติ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ผู้นำคิม ได้สั่งรื้อฟื้นกฎหมายเพื่อนิยามความสัมพันธ์ใหม่และปฏิเสธความร่วมมือระหว่างเกาหลีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังได้กล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาเป็นต้นเหตุของการก่อการร้ายและรุกรานภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก แม้จะไม่มีการเอ่ยชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง แต่ก็สะท้อนถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
โดยคิม จองอึน ยืนยันว่าศักดิ์ศรีของชาติจะถูกรักษาไว้ด้วย “กำลังที่ทรงพลังที่สุด” และการตัดสินใจว่าจะเผชิญหน้าหรืออยู่ร่วมกันอย่างสันตินั้นขึ้นอยู่กับทางเลือกของฝ่ายศัตรูเอง แต่เกาหลีเหนือมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะการพัฒนา “การป้องปรามทางนิวเคลียร์เพื่อการป้องกัน” ให้มีความก้าวหน้าและแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายนิวเคลียร์ปี 2022 ที่อนุญาตให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในเชิงป้องกันล่วงหน้าได้
ด้านผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการรักษาความคลุมเครือในรายละเอียดบางจุดอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อรอปรับเปลี่ยนนโยบายตามสถานการณ์ในอนาคต ขณะที่ในแง่เศรษฐกิจ สภาประชาชนสูงสุดได้อนุมัติงบประมาณประจำปีเพิ่มขึ้นถึง 5.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบหลายปี เพื่อสนับสนุนนโยบายความมั่นคงและยกระดับรายได้ภายในประเทศ ท่ามกลางเสียงตอบรับจากฝั่งเกาหลีใต้ที่ยังคงพยายามรักษาจุดยืนการฟื้นฟูความสัมพันธ์และเตือนว่าการใช้ถ้อยคำรุนแรงเช่นนี้มีแต่จะทำลายบรรยากาศสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี
#คิมจองอึน #เกาหลีเหนือ #เกาหลีใต้ #คาบสมุทรเกาหลี #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก #ความมั่นคง #นิวเคลียร์ #BreakingNews #NorthKorea #SouthKorea #KimJongUn #ข่าววันนี้







