กกล.นเรศวร เปิดตัวทีมฟีนิกซ์ “โดรนพิฆาต”ตะลุยศึกชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเดินหน้าพัฒนาควบคู่ Ai เตรียมรับศึกรอบ 3 เร่งผลิตเพิ่มอีกมหาศาล
วันที่ 24 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน่วยเฉพาะกิจราชมนู จ.ตาก พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ เสนาธิการกองพลกรมทหารราบที่ 4 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยฟีนิกซ์ กล่าวภายหลังเปิดตัวโดรน FPV แบบพลีชีพ และโดรนทิ้งระเบิด ซึ่งเป็นโดรนที่ใช้ในการปฏิบัติการจริงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในการสู้รบที่ผ่านมาว่า ในส่วนของกองทัพบก และหน่วยมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับสถานการณ์ในอนาคต ทั้งการฝึก ผู้บังคับโดรนเพิ่ม และการเพิ่มประสิทธิภาพในการอยู่รอดในพื้นที่ที่จะต้องไปเจอกับภัยคุกคาม ทั้งจำนวน และปริมาณ ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่า จะต้องไปเจอกับตัวตัดสัญญาณ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ
ดังนั้นจึงต้องสร้างเครื่องมือ ให้มีการเตรียมพร้อมในการปฏิบัติการภารกิจเหล่านั้น เพื่อไม่ให้ถูกรบกวน หรือถูกต่อต้าน และต้องมีการพัฒนาโดรน ให้มากกว่าฝ่ายตรงข้าม รวมถึงการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ Ai เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นในยุคใหม่ ที่จะช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพ และการตัดการรบกวนของสัญญาณ
พ.อ. ณัฐกร ยืนยันว่า กองทัพบกได้มีการสนับสนุนงบงบประมาณในการดำเนินการอย่างอย่างเต็มที่ ซึ่งเฉพาะชิ้นส่วนในการประกอบใช้งบประมาณ 500,000 กว่าบาท ซึ่งการปฏิบัติงานถือว่า มีความคุ้มค่า กับเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นยานเกราะ, ที่ตั้งหน่วยของข้าศึก หรือตัวรบกวนสัญญาณ และต้องมีการสร้างเพิ่มเนื่องจากมีความต้องการ ในภารกิจต่าง ๆ จำนวนมาก เพื่อที่จะกระจายไปในแต่ละหน่วยต่าง ๆ รวมถึงตัวนักบินให้เพียงพอกับพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งตามนโยบายของกองทัพบก ได้ให้ความสำคัญในทุกพื้นที่
หากสถานการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ของกองทัพภาคใด เราก็สามารถที่จะโยกกำลังส่วนนี้ไปช่วยเหลือได้ เช่นเดียวกับกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้ตอบสนองภัยคุกคามที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันได้ ซึ่งอยู่ในแผนของกองทัพบกที่จะตั้งเป็นศูนย์บัญชาการโดรน
พ.อ. ณัฐกร กล่าวอีกว่า ในทีมฟีนิกซ์ ได้ผลิตนักบินโดรนมาแล้ว 11 รุ่น ประมาณ 400 กว่านาย และมีการอบรมอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งร่วมบูรณาการฝึกทั้งกองทัพบก, กองทัพเรือ, นาวิกโยธิน และตำรวจ โดยดำรงเป้าหมายภารกิจต้องสำเร็จ ทั้งเรื่องการทำลาย การปรับเปลี่ยนทางยุทธวิธี หรือเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งจะออกปฏิบัติ เมื่อมีคำสั่ง โดยปัจจุบันนี้ทางหน่วยมีความพร้อมหากชายแดนไทย-กัมพูชามีการปะทะรอบที่ 3 เพราะในส่วนของนักบินโดรนเดิมก็มีการพัฒนาเพิ่มเติม และมีการผลิตรุ่นใหม่ ๆ เข้ามา
พ.อ. ณัฐกร ยังกล่าวยอมรับอีกว่า การพัฒนาโดรน จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางครั้งผ่านไปวันเดียวโดรนก็ตกรุ่นแล้ว ซึ่งหน่วยของตนเป็นหน่วยยุทธวิธีที่ต้องการความอ่อนตัว ดังนั้นต้องมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอด เพื่อให้เกิดความเสถียรในการปฏิบัติการ ซึ่งในห้วง 20 วัน ที่ได้ปฏิบัติการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เราก็สามารถดำรงความสามารถอยู่ได้ แม้โดรน บางตัวจะเสีย หรือชำรุด เราก็สามารถซ่อมแซมได้ ถือเป็นจุดแข็งของเรา
นอกจากนี้โดรนดังกล่าว ก็ยังใช้ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งไม่ได้เจาะจงไปที่การรบเพียงอย่างเดียว ยังใช้เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์ ยังมีปัญหา เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ก็จะเป็นอุปสรรคในการทำงาน
#กกลนเรศวร #โดรนพิฆาต #ชายแดนไทยกัมพูชา #ความมั่นคง #เทคโนโลยีทหาร #AI #กองทัพ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







