ผ่านศึกเหนือ ศึกใต้ จนกลายเป็นประสบการณ์ สะสมเอาไว้ พอตัว มีหรือที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะยอมโยนผ้า แล้วเดินหันหลังลงไปจากเวทีไปง่ายๆ แม้เวลานี้ สถานการณ์ของรัฐบาล “อนุทิน 2” ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ในสถานะ “เป็นต่อ”นัก ด้วยเหตุที่โดนถล่ม จากกรณีวิกฤตพลังงาน
จนล่าสุด “แม่ทัพ” อย่าง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและรมว.คมนาคม ต้องพาตัวเองออกจากตำแหน่งเล่น จุดเดิม
กระแสทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพที่กำลังพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมัน ผนวกกับเสียงวิจารณ์ว่า รัฐบาลมัวแต่ “อุ้มนายทุน” เป็นห่วงโรงกลั่น จนลืมไปแล้วหรือว่าเคยสัญญาว่าจะทำให้คนไทย “รวย จนทนไม่ไหว” กลายเป็นแรงกดดันที่ทำให้ นายกฯอนุทิน ต้องลงมาแถลงข่าวศบก.เรียกความเชื่อมั่นด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเดินหน้า จับ “ไอ้โม่ง” ที่ตุนน้ำมัน มิหนำซ้ำล่าสุดยังพบว่ามีน้ำมันหายออกไปสูงถึง57 ล้านลิตร พบพิรุธการขนส่งที่จ.สุราษฎร์ธานี
รวมทั้งนายกฯอนุทิน ยอมรับว่ามีขบวนการกักตุน ค้ากำไรเกินควร - ลักลอบส่งออกน้ำมัน ใช้วิธีลอยเรือกลางทะเลหวังรอประกาศขึ้นราคาก่อนฟีดเข้าระบบ
สถานการณ์หน้างานสำหรับรัฐบาล “อนุทิน2” เวลานี้ คงไม่มีทางอื่นนั่นคือการ “ทำงานแข่งกับเวลา” เพื่อเร่งแก้ปัญหา เรื่องราคาน้ำมัน ปัญหาค่าครองชีพ ทั้งก่อนและหลังสงกรานต์ซึ่งถูกคาดการณ์กันแล้วว่า จะหนักหนากว่าเดิม รวมทั้งการตามหา “ไอ้โม่ง” ที่กักตุนน้ำมัน โดยการทำงานร่วมกันทุกกลไกที่มีอยู่ในมือ และทุกรัฐมนตรี ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเหตุนี้ วันหยุด 4 เม.ย. อนุทิน จึงต้องใช้วันว่าง ลงพื้นที่เพื่อไปสำรวจราคาสินค้าที่โลตัสบางกะปิ เดินดูบูธสินค้า ในส่วน "โครงการไทยช่วยไทย" ของกระทรวงพาณิชย์ เป็นการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล ช่วยประชาชน
ลำพังเสียงโจมตีจากฝ่ายค้านในสภาฯที่เตรียมลับมีดรอชำแหละทั้ง “นโยบายรัฐบาลใหม่” ไปจนถึงการบริหารจัดการปัญหาของรัฐบาลรักษาการ ต่อการรับมือวิกฤตพลังงาน อาจเป็นเพียงแรงกดดัน ส่วนเดียว เพราะโจทย์ใหญ่วันนี้ คือการทำงานอย่างไร ให้เสียงตะโกนไล่หลัง ถึงความเดือดร้อน ว่าประชาชนจะตายกันก่อน “รวยไม่ไหว” จะเบาลงไปได้มากที่สุด
น่าสนใจว่าการประชุมครม.นัดพิเศษ 6 เม.ย.นี้ ภายหลังนายกฯอนุทิน นำครม.ใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ ฯ เสร็จสิ้นลง
คือการพิจารณา “วาระสำคัญ” ให้ออกมาเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องราคาน้ำมัน การทยอยออกมาตรการลดค่าครองชีพ ซึ่งนายกฯประกาศแล้วว่า “จะพลัส มากกว่าเดิม” สำหรับคนละครึ่ง พลัส ที่เคยทำมาแล้วก่อนหน้านี้
ส่วนจะพลัส มากกว่าเดิมอย่างไร หรือแก้ปัญหาราคาน้ำมันอย่างไร ก็ตาม นายกฯอนุทินและรัฐบาลใหม่ จะต้องหาทางแนวทางที่ชัดเจน และทำให้ประชาชนเชื่อใจได้ว่ายืนอยู่ข้างประชาชน อย่างแท้จริง







