วันที่ 4 เม.ย.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางพลินี เตชะมวลไววิทย์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ นายสุวิทย์ ธฤตกูร ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้นำคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณ และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ส. เดินทางลงพื้นที่ศึกษารูปแบบการดำเนินงานบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด ภายใต้โครงการ “รวมพลังรัก ศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่แบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ พร้อมคณะ เดินทางไปยังอำเภอนาโพธิ์ เพื่อศึกษาดูงานที่ศูนย์บำบัดฟื้นฟู “รวมพลังรักศรัทธา” ซึ่งถือเป็นศูนย์ต้นแบบสำคัญ จากนั้นคณะได้ร่วมรับฟังการนำเสนอผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น ศูนย์มินิธัญญารักษ์ และโรงพยาบาลนาโพธิ์ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการทำงานร่วมกัน
นอกจากนี้ ยังได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่อำเภอพุทไธสง การดำเนินงาน “มินิธัญญารักษ์ โรงพยาบาลพุทไธสง บำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติด/ยาเสพติด ฟื้นฟูสมรรถภาพ ฝึกทักษาะอาชีพ รวมระยะเวลา 120 วัน รูปแบบการบำบัด : FAST MODE ” และที่เทศบาลเมืองลำปายมาศ อำเภอลำปลายมาศ ซึ่งมีรูปแบบการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดที่น่าสนใจ และถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งโมเดลสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน โดยมีนายสมบูรณ์ สุธีระกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้าส่วนราชการ นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้าร่วมให้การต้อนรับในครั้งนี้ ทั้งนี้ โดยรวมแล้ว การศึกษาดูงานครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการผลักดันนโยบายด้านการบำบัดฟื้นฟูให้มีความเป็นระบบและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด เป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ ให้ความสำคัญ แต่วันนี้ตนมาอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ก็เห็นว่านิติบัญญัติเอง ก็สมารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ อย่างเช่น เรื่องปัญหายาเสพติด เราเป็นคนที่ออกกฎหมาย ซึ่งสภามีหน้าที่ออกกฎหมาย ฉะนั้น วันนี้เราได้พาสำนักงบประรมาณ สำนักงาน ป.ป.ส.มาดูว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ อ.นาโพธิ์ อ.พุทไธสง และ อ.ลำปลายมาศ จะได้เห็นภาพการทำงานที่นี่
นายโสภณ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 27 เม.ย.นี้ เราจะมีการทำเวิร์คช้อป ที่สภาฯ ระดมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่างๆ มาระดมสมองว่า จากการที่ได้มาสัมผัสที่ทางเขตพื้นที่เขาทำมา 3 ปี รูปแบบที่จะทำขยายกันทั้งประเทศจะทำกันยังไง สภาฯ ก็เลยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษา สำนักงาน ป.ป.ส. และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง มาระดมสมอง ทำเวิร์คช้อปกัน เพื่อจะได้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ อันนี้เราทำในนามนิติบัญญัติ เชื่อว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเห็นแล้ว จะได้เห็นว่าเราทำจริงได้ผล เราก็หวังว่าโครงการนี้ ขณะที่ตนเป็นรองนายกรัฐมนตรีก็ได้เสนอ ครม. ก็ให้ความเห็นชอบ และก็ทราบว่า ทางรัฐบาลก็ได้ประชุมโครงการนี้ ก็คือ “หนึ่งอำเภอ หนึ่งศูนย์บำบัดยาเสพติด” ถามว่าเห็นแสงสว่างไหม เห็นแน่นอน และเป็นรูปธรรมด้วย ซึ่งกฎหมาย ต้องแก้ กฎหมายไหนที่เป็นอุปสรรค ไม่ว่ากฎหมาย เรื่องเสพยาเสพติด กฎหมายเรื่องการครอบครองยาเสพติด กฎหมายเรื่องการปราบปรามยาเสพติด กฎหมายสาธารณสุข อันไหนที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหา ก็จะแก้โดยเร็วที่สุด เป็นไปได้สมัยประชุมนี้ จะทำเรื่องยาเสพติด ปรับปรุงกฏหมายยาเสพติดให้ทันสมัย ให้สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้
นายโสภณ ยังกล่าวด้วยว่า วันนี้หากสถานการณ์บ้านเมือง เป็นปกติ ไม่มีภัยขัดแย้งในภัยสงครามต่างๆ ค่ายทหารก็จะเป็นพระเอกอีกหน่วยงานหนึ่ง ที่จะเอาคนไปบำบัด เพราะค่ายทหารมีความพร้อมเรื่องอุปกรณ์ สถานที่ เราได้เห็นว่า ถ้าผู้บำบัด มาบำบัดแล้วได้ทำกิจกรรมต่างๆ จะได้ผลดี รวมทั้ง ตนได้กราบนมัสการเจ้าคุณสมเด็จพุฒาจารย์ เจ้าคณะหนตะวันออก ได้ทราบว่า วัดมีส่วนร่วมอย่างมาก ทุกที่เราให้วัด ต้นทุนน้อย ฉะนั้น ทางสำนักพุทธฯ หรือ มหาเถรสมาคม จะได้นำเรื่องไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชให้ท่านได้ทรงทราบ
นางพลินี เตชะมวลไววิทย์ ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ กล่าวว่า วันนี้มาลงพื้นที่จริง เพราะเราใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินในการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งโครงการแต่ละโครงการที่เราดำเนินการ ถ้าเราได้ดูจากข้อเท็จจริงในพื้นที่จริง ว่ามีความร่วมมือกันอย่างไร จะทำให้การศึกษางบประมาณในการพิจารณา การชี้แจง ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายก็จะชัดเจนยิ่งขึ้น ไปมาหลายแห่งแล้ว ที่นี่มีการจัดสภพาค่ายบำบัดยาเสพติดจริง เป็นโมเดลที่อยู่ในพื้นที่ ก็จะนำไปประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริงในการพิจารณาต่อไป
นายสุวิทย์ ธฤตกูร ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า ยาเสพติดที่เข้ามา ค่อนข้างเยอะ ถึงแม้รัฐบาลจะมีแผนสกัดกั้นอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางส่วนที่เข้ามา โครงการในวันนี้ ทุกภาคส่วนราชการ และชาวบ้านเข้ามาร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหายาเสพติด การนำผู้เสพออกไปจากยาเสพติดจะช่วยให้ผู้ค้าหยุดชะงัก เพราะถ้าเราไม่ไปใช้ยาเสพติด คนขายก็จะขายไม่ได้ ก็อยากทุกคนร่วมมือกัน วันนี้ทางประธานสภาฯโสภณ ทำเป็นตัวอย่าง
และ สำนักงาน ป.ป.ส.ในปี 2569 เราก็เตรียมงบประมาณที่จะทำใน 8 จังหวัด และก็จะขยายไปทั้งประเทศ พอเราทำไปพร้อมๆ กัน ก็จะเกิดพลังและลดสถานการณ์เรื่องการแพร่ระบาดของยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ตอนนี้มีสายด่วน 1386 รับฟังสถานการณ์เรื่องยาเสพติด ชาวบ้านแจ้งมา 1386 เป็นที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด








