พลังงาน ความยั่งยืน

วันน้ำบาดาลแห่งชาติ ชูแนวคิด “การบริหารจัดการน้ำบาดาลตามรอยพระราชดำริ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน”

แชร์ข่าว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงานวันน้ำบาดาลแห่งชาติ (National Groundwater Day) ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับวันที่ 3 เมษายนของทุกปี ภายใต้แนวคิด “การบริหารจัดการน้ำบาดาลตามรอยพระราชดำริ เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน” โดยมี นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้แทนภาครัฐและภาคเอกชน เครือข่ายน้ำบาดาล รวมถึงข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้การต้อนรับและร่วมกิจกรรม รวมทั้งสิ้นกว่า 550 คน ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “น้ำบาดาล” เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และมีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ด้วยศักยภาพของแหล่งน้ำบาดาลในประเทศไทยสามารถตอบสนองความต้องการใช้น้ำบาดาลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเพิ่มจำนวนของประชากร การขยายตัวของเมืองและชุมชน การพัฒนาทางด้านเกษตรกรรม เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำนโยบายและแผน ตลอดจนมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาล จึงกำหนดจัดงานวันน้ำบาดาลแห่งชาติ ในวันที่ 3 เมษายนของทุกปี เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับความสำคัญของวันน้ำบาดาลแห่งชาติ และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาการน้ำบาดาลและศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องสู่สาธารณะ ตลอดจนเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยให้เป็นที่ประจักษ์ถึงพระราชวิสัยทัศน์และพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างยั่งยืน

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า จากการที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2565 ให้วันที่ 3 เมษายนของทุกปี เป็น “วันน้ำบาดาลแห่งชาติ” (National Groundwater Day) สืบเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2565 เวลา 17.00 น. เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่บ้านปากชัดหนองบัว หมู่ที่ 2 ตำบลหนองฝ้าย อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นการกำหนดวันในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อใช้ในการรณรงค์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์กับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำบาดาล และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานในการร่วมกันดูแล รักษา ปกป้องทรัพยากรน้ำบาดาลให้เกิดความยั่งยืนตลอดไป

ทั้งนี้ ภายในงานมีการมอบโล่รางวัลให้แก่เครือข่ายน้ำบาดาลดีเด่น ประจำปี 2569 รวม 52 รางวัล แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1) ประเภทสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด รวม 20 รางวัล ดังนี้

- ด้านการกำกับควบคุมการประกอบกิจการน้ำบาดาลระดับดีเด่น ได้แก่

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี, ขอนแก่น, ชลบุรี และระยอง

- ด้านสนับสนุนภารกิจของรัฐดีเด่น ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสกลนคร, มุกดาหาร, อุบลราชธานี และศรีสะเกษ

- ด้านการบริหารจัดการฐานข้อมูลด้านการประกอบกิจการน้ำบาดาลระดับดีเด่น ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ร้อยเอ็ด, ตาก และอุตรดิตถ์

- ด้านการออกใบแจ้งหนี้และติดตามการรับชำระเงินระดับดีเด่น ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครปฐม, สุราษฎร์ธานี, สิงห์บุรี และแพร่

- ด้านการจัดเก็บรายได้ค่าใช้น้ำบาดาลระดับดีเด่น ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรสาคร, สมุทรปราการ, สระบุรี และสงขลา

2) ประเภทกลุ่มผู้ประกอบกิจการน้ำบาดาลภาคเอกชน รวม 4 รางวัล ดังนี้ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน), บริษัท แร่เบฟเวอเรจ จำกัด, บริษัท เอ็ม วอเตอร์ จำกัด และบริษัท เค เบฟเวอเรจ จำกัด

3) ประเภทกลุ่มผู้ใช้น้ำต้นแบบ รวม 12 รางวัล ได้แก่ 1) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านวังหม้อ จังหวัดเชียงใหม่ 2) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านหนองบัว จังหวัดสุพรรณบุรี 3) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านโป่งตะแบก จังหวัดเพชรบูรณ์ 4) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์นาภู จังหวัดกาฬสินธุ์ 5) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว จังหวัดชัยภูมิ 6) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านช่องลม จังหวัดตรัง 7) สมาคมชาวสวนมะม่วงไทย จังหวัดพิจิตร 8) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านมาลัยทับใต้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 9) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านเขาสิงโต จังหวัดสระแก้ว 10) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านโพนงาม จังหวัดนครพนม 11) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านหนองเม็ก จังหวัดอำนาจเจริญ และ 12) กลุ่มผู้ใช้น้ำสวนเกษตรทองคำ จังหวัดพัทลุง

4) ประเภทช่างเจาะน้ำบาดาลกรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวม 12 รางวัล ได้แก่ 1) นายมานัส โนจิตร 2) นายสุชาติ สงสุวงค์ 3) นายพินิตร์ แก้วนิ่ม 4) นายบุญธรรม คำสอน 5) นายสุทธิศักดิ์ ประสานสุข 6) นายสุรินทร์ เศรษฐมาน 7) นายดำรงศักดิ์ วิเชียรรัตน์ 8) นายอนุกิจ คล้ายเพชร 9) นายวีระพงษ์ วงษ์โพธิ์ 10) นายไพฑูรย์ สร้อยสังวาลย์ 11) นายสมนึก หมื่นรัตน์ และ 12) นายสนทะยา ช่วยชาติ

5) ประเภทช่างเจาะน้ำบาดาลเอกชน รวม 4 รางวัล ได้แก่ 1) นายศิริโชค เซียงจง ร้านเพชรบาดาล จังหวัดตาก 2) นางสาวสุนิสา สิทธิชัย ร้านสุนิสาการบาดาล จังหวัดตรัง 3) นายอรรถสิทธิ์ ขุนสุด จังหวัดภูเก็ต และ 4) นายสุวัฒน์ สินถิรศักดิ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บาดาลน้ำทิพย์ กรุงเทพมหานคร

สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การบริหารจัดการน้ำบาดาลในประเทศไทย” โดยนายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล การเสวนาหัวข้อ “บทบาทของทรัพยากรน้ำบาดาลกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย” และ “เครือข่ายรักษ์น้ำบาดาล การผสานพลัง เพื่อการบริหารจัดการน้ำบาดาล ตามรอยพระราชดำริ” นอกจากนี้ ยังมีบูธแสดงนิทรรศการและผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบกิจการน้ำบาดาลภาคเอกชน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตรจากผู้ใช้น้ำบาดาล ได้แก่ กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านหนองบัว จังหวัดสุพรรณบุรี (กล้วยฉาบ มะระ มะม่วง) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ่อแก้ว จังหวัดชัยภูมิ (ผลไม้ตามฤดูกาล มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยหอมทอง ฝรั่งไส้แดง มะละกอฮอลแลนด์) กลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านช่องลม จังหวัดตรัง (สละ)