อาชญากรรม

"อธิบดีDSI " ตั้งวอร์รูม ลุย "คดีกักตุนน้ำมัน" เร่งเอาผิด "ไอ้โม่ง" พร้อมชงบอร์ดรับเป็นคดีพิเศษ ก่อนสงกรานต์

แชร์ข่าว

วันที่ 4 เมษายน 2569 จากกรณีคณะทำงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ร่วมกับกรมสอบ สวนคดีพิเศษ(DSI) และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ลงตรวจคลังน้ำมันผู้ค้าขนาดใหญ่ 6 จุดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามคำสั่งนายกฯ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคใต้ตอนบน พบบางคลังมีปริมาณรับน้ำมันเข้าในเดือน มี.ค.มากกว่าขายออก อย่างแตกต่างจากเดือน ก.พ. จึงสงสัยว่าอาจกักตุน และขณะนี้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนต่อไปในฐานความผิด พ.ร.บ.สิน ค้าและบริการ เกี่ยวกับการกักตุนน้ำมันปิโตรเลียม

ความคืบหน้าล่าสุด แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันนี้คณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอได้มีการหารือกันในประเด็นสำคัญและปลีกย่อยต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีการกักตุนน้ำมัน โดยล่าสุดในที่ประชุม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอจัดเตรียมห้องประชุม ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ สำหรับใช้เป็นสถานที่เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การดำเนินคดีเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยมีวัตถุประสงค์ไว้รับและเเลกเปลี่ยนข้อมูลจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมสรรพสามิต, กรมเจ้าท่า, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล, กรมธุรกิจพลังงาน, กรมศุลกากร เป็นต้น เพื่อจะได้นำข้อมูลใช้วิเคราะห์ ประมวลผล เช่น ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต จะเป็นตัวเลขจากคลังน้ำมันต่าง ๆ ว่ามีการส่งน้ำมันให้โรงกลั่นใดบ้าง หรือมีคลังใดเกี่ยวข้องบ้าง ด้วยปริมาณน้ำมันจำนวนกี่ลิตร วันที่เวลาในไทม์ไชน์ทั้งหมด หรือข้อมูลจากกรมศุลกากร จะเป็นเรื่องปริมาณการนำเข้าน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา หรือข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ที่เป็นกรณีความผิดปกติของเที่ยวเรือต่าง ๆ ในขนส่งลำเลียงน้ำมันกลางทะเล

ส่วนข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะเป็นกรณีการตรวจคลังและสถานีบริการน้ำมันในแต่ละภูมิภาค หรือข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน ที่จะมีตัวเลขภาพรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของดีเอสไอ ก่อนรวบรวมข้อมูลเรื่องเสนอคณะกรรม การคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษในฐานความผิดเบื้องต้น พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนประมวลกฎหมายอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน จะค่อยพิจารณาขยายผลต่อไปเมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยอีกว่า สำหรับกรณีความผิดปกติที่พบเจอจากการลงพื้นที่ตรวจบริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ 6 จุด ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลของคณะพนักงานสืบสวน พบว่า “บริษัทแห่งหนึ่ง” คือ จุดที่มีการกักตุนน้ำมันกว่า 2 ล้านลิตร ซึ่งตัวเลขรายงานการรับเข้าน้ำมัน การขายออกน้ำมัน และปริมาณคงคลังของเดือน มี.ค.69 แตกต่างอย่างมากกับเดือน ก.พ.69 ซึ่งในเรื่องนี้ที่ประชุมทราบว่าจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ดำเนินการบันทึกปากคำพยานของบริษัทฯ ไว้ก่อน เนื่องด้วยตำรวจท้องที่สามารถรวบรวมแสวงหาข้อมูลไว้เบื้องต้นก่อนได้ เเละหากบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติดีรับเป็นคดีพิเศษเมื่อใด ข้อมูลรายละเอียดเหล่านี้สามารถนำข้อเท็จจริงมาประกอบสำนวนได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมคาดว่าจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกักตุนน้ำมันทั้งบนบก หรือทางทะเล หรือกรณีบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่กักตุนเพื่อเก็งกำไร ฯลฯ เสนอขอให้บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษก่อนเทศกาลสงกรานต์นี้

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เผยต่อว่า ที่ประชุมได้รับทราบด้วยว่า พ.ต.ต.ยุทธนา ได้มีการเตรียมบุคลากร ที่มีความสามารถสำหรับเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการดึงเอาผู้อำนวยการกองคดีต่าง ๆ และผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษด้านต่าง ๆ ภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษมาร่วมเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าด้วยการบริหารงานคดีพิเศษ พ.ศ. 2567 ข้อ 20 เพื่อสืบสวนและสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ครบถ้วนตามวาระสำคัญ