กระแสข่าวหลุดเรื่องความเห็นของอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 ออกมาในโทนที่ว่า จะมีการปล่อยผีผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ซึ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย โดยระบุว่าไม่มีความผิดในคดีฮั้วเลือก สว. นั้น ประเด็นนี้ทำให้ กกต. ชุดใหญ่ย่อมตกที่นั่งลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้สำนักงาน กกต. จะรีบออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สิ่งที่หลุดออกมาไม่ใช่คำวินิจฉัยที่เป็นทางการ และการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมถึงกระบวนการพิจารณาสำนวนที่กำหนดไว้ โดยความเห็นในแต่ละลำดับชั้นนั้นเป็นอิสระในการใช้ดุลยพินิจของตนในการเสนอความเห็นต่อที่ประชุม แต่ไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของ กกต. ชุดใหญ่ก็ตาม
แต่เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ กกต. ถูกจับจ้องจากสังคมหนักกว่าเดิม ด้วยหากที่สุดเมื่อเรื่องมาถึง กกต. ชุดใหญ่ แล้วมีการลงมติ "ยกคำร้อง" ทั้งหมดแบบขาวสะอาด 100% อาจนำไปสู่ความเสี่ยงถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเกิดวิกฤตความศรัทธาต่อองค์กรอิสระที่อาจลามไปถึงขั้นการลงชื่อถอดถอนได้
นั่นจึงทำให้มีการคาดการณ์กันว่า เกมนี้ “ต้องมีคนผิด" แน่นอน แต่จะผิดบางส่วน หรือผิดถึงแค่ไหนอย่างไรเพียงเท่านั้น จนนำมาสู่การพูดถึงทฤษฎี "สละเบี้ย" เพื่อรักษา "ขุน" ในที่สุด การเลือก สว. ครั้งนี้ถูกปรามาสว่าเป็น "สว. สายสีน้ำเงิน" ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาสูงอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว
การจะ "สอย" สว. ออกยกแผงหรือจำนวนมหาศาลจนกระทบโครงสร้างอำนาจนับเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ แต่การสอยผู้ที่มีความผิดชัดเจน หรือมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนที่สุด แหล่งข่าวจาก กกต. เผยว่าหลังจากนี้จะเน้นที่ “เส้นเงิน” เป็นหลัก
โดยคาดว่าจะมีผู้ถูกชี้มูลความผิดไม่ต่ำกว่า 5-10 คน แต่การตรวจสอบจะไปไม่ถึงกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากเส้นเงินไปไม่ถึงตั้งแต่แรกของการตรวจสอบแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจที่สุดที่คุณตั้งข้อสังเกตคือเรื่อง "บัญชีสำรอง"
หากมีการสอย สว. ตัวจริงออกไปสัก 10 คน ผลที่ตามมาคืออะไร ก็ต้องมาดูว่าบัญชี สว. สำรองนั้น ก็มีคนของสายสีน้ำเงินอยู่เป็นส่วนมากเช่นกัน โดยจะมีคนนอกหลุดเข้ามาอยู่เป็นส่วนน้อย นั่นจึงอาจไม่ทำให้โครงสร้างอำนาจในสภาสูงเปลี่ยนแปลง และยังคงเป็นเครือข่ายที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ "ขั้วอำนาจเดิม" หรือสายสีน้ำเงินอยู่ดี
สรุปแล้วกลุ่มอำนาจหลักไม่เสียของ ขณะที่ กกต. ก็ได้แต้มจากการทำหน้าที่โชว์ผลงานการปราบโกง และกลุ่มต่อต้านก็ได้เห็นภาพ "คนโดนลงโทษ" ออกสื่อบ้าง เป็นการระบายความร้อนทางเมืองที่ลงตัวที่สุดสำหรับค่ายสีน้ำเงิน สถานการณ์หลังจากนี้จึงต้องจับตาดูว่า หมากกระดานนี้จะเดินไปตามบทที่วางไว้หรือไม่ หรือจะมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นใดที่จะมาสั่นคลอนเก้าอี้สภาสูงได้มากกว่านี้หรือไม่
ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เฝ้ามองการทำหน้าที่ของ กกต. อย่างใกล้ชิด ความโปร่งใสและบรรทัดฐานทางจริยธรรมจะยังคงอยู่ หรือจะเป็นเพียงแค่การแสดงละครการเมืองฉากใหญ่เพื่อรักษาอำนาจ คือสิ่งที่สังคมไทยกำลังรอคำตอบที่ชัดเจนจากการตัดสินใจของ กกต. ชุดใหญ่ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอนที่สุดในประวัติศาสตร์
เพราะนี่คือจุดชี้ชะตาความเชื่อมั่นขององค์กรอิสระและทิศทางการเมืองไทยในอนาคตที่ไม่อาจมองข้ามได้แม้แต่ก้าวเดียว สุดท้ายแล้ว "เบี้ย" ที่ถูกเลือกให้สละจะเป็นใคร และ "ขุน" จะยังคงสง่างามบนกระดานอำนาจต่อไปได้จริงหรือไม่ต้องรอดู
#สว67 #กกต #สายสีน้ำเงิน #สละเบี้ยรักษาขุน #การเมือง #ฮั้วเลือกสว







