เมื่อเวลา 12.15 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ในวันที่ 23 ก.ค. จะไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ด้วยตัวเองหรือไม่ว่า เขามีขั้นตอนอยู่แล้ว ตรงนี้เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ส่วนตนจะไปเป็นประธานเองหรือไม่นั้นคงต้องดูเอกสาร หากมีเอกสารอะไรมาจะพิจารณาจากเอกสาร เห็นว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เขามีมติมา แต่ตอนนี้ตนยังไม่เห็นอย่างเป็นทางการ ซึ่งตนได้มอบให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ดูแล
เมื่อถามว่า นายอนุทิน เคยบอกว่าจะเป็นประธานการประชุม ก.กลาง ในวันที่ 23 ก.ค. เอง นายอนุทิน กล่าวว่า “ถ้ามีปัญหา แต่รู้สึกว่าตอนนี้มีความกระจ่างในหลายเรื่องก็ปล่อยให้เป็นตามกระบวนการ ทุกอย่างจะได้ถูกดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก ไม่มีการเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงใดๆ”
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกต มติของกสถ. สามารถยกเลิกหรือเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่มีปัญหาได้เลย โดยไม่ต้องรอมติ ก.กลาง ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้คนนึงก็พูดอย่าง อีกคนก็พูดอย่าง ตนได้ให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 68 ปรึกษากับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคณะกรรมการก็ต้องดำเนินการทุกอย่างไปสุดซอยก่อน การตีความเป็นเรื่องของคนที่ได้รับผลกระทบ ถ้าเขาไม่พอใจก็ใช้สิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ร้องเรียน อุทธรณ์ก็ว่ากันไป
เมื่อถามว่าจะไม่นับคะแนนกันใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดอยู่ที่ กสถ. ก กลาง
เมื่อถามอีกว่า ตัวการใหญ่ที่ดำเนินการเรื่องนี้มีมากกว่าที่ถูกจับกุมไปแล้ว 3 คนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มีการสืบสวนสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง มีการแจ้งความเพิ่มโดย กสถ. และกรมปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ. ) ก็ได้แจ้งความในฐานะผู้เสียหาย และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประสานงานกับตำรวจทำเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลเลย เพราะหน่วยงานที่ติดตามเรื่องนี้ เพื่อเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ก็ทำงานกันแบบเต็มที่ เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเป็นข้าราชการก็รู้สึกแย่ที่มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น
เมื่อถามว่า จะอธิบายสังคมอย่างไรเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนพุ่งเป้าไปที่นักการเมืองและพรรคการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือรัฐบาล ไม่ใช่พรรคการเมือง ข้อสั่งการที่รัฐบาลได้แจ้งไปยังทุกหน่วยงานต้องไม่มีเรื่องการทุจริต รัฐบาลไม่สามารถให้มีข้าราชการเพิ่มใหม่เข้ามาด้วยการสอบที่ทุจริต สอบตกแล้วเป็นสอบได้ สอบได้เป็นสอบตกไม่ได้ สอบได้ก็ต้องได้ เขาอุตส่าห์ เขียนทีโออาร์แล้วว่า คะแนนต้องเป็นตามลำดับคะแนน คนสอบตกจะไปแย่งคนที่สอบได้ ได้อย่างไร ต้องอธิบายด้วยการกระทำ ด้วยการสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานได้ดำเนินการกับคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่า จะสาวถึงตัวการใหญ่ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันถึงใคร คนนั้นก็ต้องโดน อย่างที่บอก ป.ป.ช. ตำรวจ และหน่วยงานตรวจสอบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และยังมีคณะของนายปกรณ์ แต่ละคนเชื่อว่ามีความชำนาญในการดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า การตรวจสอบเส้นเงิน หลายคนบอกว่ายังไปไม่ถึงไหนจะชี้แจงประชาชนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงคนไหนก็คนนั้น ไม่ต้องห่วงรัฐมนตรีเดี๋ยวนี้ กล้าทำผิดหรือไม่
เมื่อถามอีกว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่ เพราะทาง ปปง. บอกว่ายังไม่มีใครสั่งการ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องสั่งด้วยหรือ เขามีหน้าที่ตรวจ หากมีพฤติกรรมอะไรเกิดขึ้น เช่นหากสื่อนำเงินเข้าบัญชีธนาคารตัวเอง วันละ 5 แสน 10 วันติดต่อกัน เดี๋ยวชื่อก็โผล่ที่ ปปง.เอง มันไม่ต้องสั่ง เป็นหน้าที่ที่เขาต้องดำเนินการเองอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองบอกว่ามีเส้นเงินไปถึงรัฐมนตรีตึกสีขาว ได้ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จะตึกสีขาว ตึกสีครีมถ้าไปถึงก็ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม แค่นั้นเอง








