‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ หอบหนังสือร้องเรียน พร้อมภาพถ่ายทางอากาศผ่านดาวเทียม ยื่นหนังสือนายก ทน.บุรีรัมย์ ร้องตรวจสอบ-เอาผิด กลุ่มบุคคลบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ และถมที่รุกล้ำทางน้ำ เขากระโดง
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 21 ก.ค.69 ที่สำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายภัทรพงศ์ ศุภกร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ในฐานะผู้แทนเครือข่ายภาคประชาชนผู้หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสมบัติของแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นหนังสือ เรื่องขอให้ตรวจสอบบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้บุกรุกรำรางและทางเดินสาธารณประโยชน์ ถึงนายกเทศมนตรีนครบุรีรัมย์ พร้อมเอกสารภาพถ่ายประกอบอีกกว่า 10 แผ่น ซึ่งมีทั้งแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศผ่านดาวเทียมย้อนหลัง และภาพถ่ายปัจจุบัน โดยมี นายคมกริช สายชมภู ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์ เป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว
โดยใจความสำคัญของหนังสือข้อร้องดังกล่าว เพื่อต้องการขอให้นายกเทศมนตรีเทศบาลนครบุรีรัมย์ ได้ตรวจสอบพิกัดและแนวเขต และสั่งระงับและรื้อถอน รวมถึงดำเนินคดีอาญาจนถึงที่สุด ด้วยการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้บุกรุก ในข้อหาบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ หลังมีการตรวจสอบพบว่าได้มีกลุ่มบุคคล/นายทุน ได้กระทำการบุกรุกเข้าครอบครอง ขุดถม ตลอดจนก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างปิดกั้น ‘รำรางสาธารณะและทางเดินสาธารณประโยชน์’ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครบุรีรัมย์
ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้มายื่นหนังสือต่อทางนายกเทศมนตรี ซึ่งเป็นกรณีที่ตนเองเคยยื่นร้องกับทาง ดีเอสไอ. เพื่อให้เอาผิดบุคคลที่ทำการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดินประเภทประชาชนใช้ร่วมกัน นั่นก็คือ รำรางสาธารณะและทางเดินสาธารณะบริเวณเขากระโดง ซึ่งตนเองได้ไปยื่น ดีเอสไอ. กล่าวโทษเอาผิดกับนิติบุคคล จำนวน 19 นิติบุคคล หจก.บริษัท และบุคคลธรรมดา จำนวน 33 ราย ส่วนกรณีที่ตนเองต้องเดินทางมายื่นเรื่องต่อเทศบาลนครบุรีรัมย์ เนื่องจากว่าทางเทศบาลมีเทศบัญญัติกำหนดรับรองคุ้มครองให้ จะต้องทำการปกปักคุ้มครองรักษาทวงคืนทรัพยากรของชาติ ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน
‘ไปดูแล้วที่เขากระโดง มีอยู่ 3 จุดใหญ่ ๆ คือ บริเวณสนามบอล สนามแข่งรถ สนามโกคาร์ท จำนวน 20 จุด รวม 20 กระทง 20 กรรม รวมเนื้อที่ในการกระทำความผิดประมาณ 245 ไร่ ซึ่งเทศบาลจะต้องบังคับตามกฎหมายตามอำนาจและตามหน้าที่ ที่จะต้องกระทำทำอยู่ 3 อย่าง อย่างแรกคือ ส่งนิติกรไปประสานกับกรมที่ดิน ซึ่งทางปลัดเทศบาลฯแจ้งว่าจะให้นิติกรไปร่วมกับทางอำเภอ เพื่อเอาเอกสารโฉนดที่ดินต่าง ๆ มาตรวจสอบดูว่าตรงกับที่ตนเองนำเสนอหรือไม่ ซึ่งเอกสารพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่นำมามอบให้นี้ตนได้จัดทำมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน’ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวและว่า
เมื่อส่งนิติกรไปตรวจสอบแล้วก็ให้บังคับทางกฎหมายให้รื้อถอน เป็นการบังคับทางปกครอง และให้แจ้งความเอาผิด 20 กระทงความผิด กับบุคลธรรมดา 33 คน บริษัท หจก. 19 แห่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางเทศบาลนครบุรีรัมย์ จะต้องทำ แต่เดิมลำนำผ่ากลางสนามฟุตบอล สนามแข่งรถทางน้ำผ่ากลาง หรือกรณีที่บริษัท หจก.ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าถูกใช้เป็นนอมินี จนมีการตัดสิทธิ์อดีตรัฐมนตรีบางท่านก็มีคลองน้ำผ่ากลางเช่นเดียวกัน
ด้าน นายคมกริช สายชมภู ปลัดเทศบาลนครบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า มาเป็นตัวแทนนายกเทศมนตรีฯ รับหนังสือดังกล่าว เพื่อนำข้อมูลไปประสานงานร่วมกับทางอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เพราะที่สาธารณประโยชน์ เป็นเรื่องของอำเภอร่วมกับทางเทศบาล ส่วนข้อเท็จจริงประการใดตนยังไม่ทราบ เนื่องจากยังได้ตรวจสอบหนังสือ ทราบเพียงจากข่าวสารที่สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ได้มีการนำเสนอเท่านั้น








