กรมการข้าว ภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับเกษตรกรรมไทยสู่ยุคใหม่ในงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี “ปอยข้าวสาลีล้านนา ครั้งที่ 6” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาธัญพืชเมืองหนาวให้กลายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างเป็นรูปธรรม งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สะท้อนความสำเร็จในการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมการผลิตเท่านั้น แต่ยังถือเป็นวาระสำคัญในการประกาศเปิดตัว “ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านวิชาการและการใช้ประโยชน์จากธัญพืชเมืองหนาว” ที่จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางหลักในการบูรณาการงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรไปสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร
ไฮไลท์ที่สร้างความฮือฮาและถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรไทยในปีนี้ คือการเปิดตัว “โรงงานต้นแบบการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทคราฟต์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยเพิ่มมูลค่ามหาศาลให้กับวัตถุดิบพื้นถิ่น อาทิ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต โดยโรงงานแห่งนี้จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้เห็นแนวทางการแปรรูปเพื่อเข้าสู่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง อันเป็นการเชื่อมโยงผลผลิตจากไร่นาสู่ภาคอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและเสถียรภาพทางรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน มากกว่าเพียงการขายวัตถุดิบแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการเทคโนโลยีการผลิตสายพันธุ์ธัญพืชเมืองหนาว การสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การประกวดภาพถ่าย การแข่งขันทำอาหาร และกิจกรรม “กาดมั่ว” ตลาดนัดสไตล์ล้านนา ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร นักวิจัย และผู้ประกอบการได้พบปะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเจรจาธุรกิจ เพื่อยกระดับศักยภาพธัญพืชไทยสู่เวทีโลก
ในส่วนของการขยายผลเชิงพื้นที่ภายใต้การดำเนินงานโครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง โดยศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง ในการส่งเสริมการปลูกข้าวสาลีและการผลิตเมล็ดพันธุ์ในชุมชน โดยดำเนินการในพื้นที่ บ้านโป่งลมแรง หมู่ 17 ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในปีงบประมาณ 2568 มีเกษตรกรเข้าร่วม 5 ราย บนพื้นที่รวม 9 ไร่ พร้อมสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีพันธุ์ฝาง 60 จำนวน 180 กิโลกรัม และการดำเนินการในครั้งนี้ได้ดำเนการ ร่วมกับศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง จัดทำแปลงสาธิตการปลูกข้าวสาลีเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเกษตรในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูทำนาและเพิ่มทางเลือกอาชีพให้กับเกษตรกรในพื้นที่สูงหรือพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น
กองประสานงานโครงการพระราชดำริ ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยกลางใน การขับเคลื่อนงานโครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง กิจกรรมหลักการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน (โครงการหลวง) การขยายพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน (โครงการหลวง) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ โดยทางศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง ได้ดำเนินการวิจัย ขยายผลการปลูกพืชเมืองหนาว โดยเน้นการพัฒนาพันธุ์ข้าวสาลีที่เหมาะสมกับสภาพอากาศของประเทศไทย และจัดทำแปลงตัวอย่างในพื้นที่ของเกษตรกร โดยได้นำตัวอย่างข้าวสาลี ได้แก่ พันธุ์กขจ1 หรือสะเมิง 72 ที่นิยมใช้ในการสาธิตการทำอาหารและแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างยำข้าวสาลีและเบเกอรี่ รวมถึงพันธุ์สะเมิง 1 สะเมิง 2 ฝาง 60 และแพร่ 60 ซึ่งมีจุดเด่นแตกต่างกันทั้งด้านความทนแล้งและคุณภาพแป้งที่เหมาะสำหรับการผลิตขนมปังหรือแป้งอเนกประสงค์ แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการพัฒนาสายพันธุ์พืชที่ตอบโจทย์ทั้งเกษตรกรและอุตสาหกรรมอาหาร
นอกจากการส่งเสริมภายใต้โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการหลวง การถ่ายทอดและการจัดทำแปลงสาธิตการปลูกและการผลิตเมล็ดพันธุ์ กรมการข้าว ยังมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการแปรรูป โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การทำอาหารจากข้าวสาลีทั้งเมล็ด การผลิตแป้งสาลีสายพันธุ์ไทยสำหรับอุตสาหกรรมขนม ไปจนถึงการปลูก ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือ Wheatgrass เพื่อใช้ในเครื่องดื่มสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาดผู้บริโภครุ่นใหม่ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ลดความเสี่ยงจากราคาพืชผลผันผวน และสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรไทยในระยะยาว ผ่านการผสานงานวิจัย เทคโนโลยี และอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน








