บทความ บทวิเคราะห์

“ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ” พลิกวิถีนาขั้นบันได ยกระดับชีวิตชาวน่าน สู่ต้นแบบเกษตรยั่งยืนบนพื้นที่สูง

แชร์ข่าว

โครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดน่าน ภายใต้พระราชวินิจฉัยของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กำลังกลายเป็นต้นแบบสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตราษฎรบนพื้นที่สูงให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการเกษตรที่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศที่ห่างไกล เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ 

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนในครั้งนี้มี กรมการข้าว โดยกองประสานงานโครงการพระราชดำริ ร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวแพร่ เป็นหน่วยงานหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตข้าวอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ในตำบลภูฟ้า ตั้งแต่บ้านนากอก บ้านห่างทางหลวง บ้านผาสุข บ้านสบมาง บ้านห้วยล้อม ไปจนถึงบ้านห้วยลอย ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการเพิ่มผลผลิตข้าวไร่และข้าวนาให้เพียงพอต่อการบริโภคในครัวเรือน พร้อมปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมสู่การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการเพาะปลูก การจัดการแปลง การเก็บเกี่ยว และการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตในชุมชน

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการฯ โดยการสนับสนุนทางวิชาการจากศูนย์วิจัยข้าวแพร่ได้กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยมีการจัดทำแปลงสาธิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรต้นแบบ ก่อนขยายผลสู่ครัวเรือนในพื้นที่รวมกว่า 200 ราย บนพื้นที่เพาะปลูกกว่า 200 ไร่ ผลสำเร็จที่น่าสนใจในปีงบประมาณ 2568 คือการนำข้าวพันธุ์ "กข 26" มาทดสอบศักยภาพในเขตทรงงานเพื่อประเมินผลผลิต รวมถึงการส่งเสริมพืชหลังนาอย่าง "บักวีต" ในพื้นที่บ้านนากอก เพื่อสร้างรายได้เสริมและใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงนอกฤดูกาลทำนา

นอกจากนี้ กรมการข้าว ยังได้มุ่งเป้าการพัฒนาด้วยการจัดตั้งแปลงเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตข้าวบนพื้นที่สูง ณ บ้านห่างทางหลวง และส่งเสริมการปลูกข้าวไร่อย่างยั่งยืนในพื้นที่บ้านห้วยกานต์และบ้านสบปืน โดยนวัตกรรมสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าเกษตรกรรมบนดอยคือการทำ "นาขั้นบันได" ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำและลดการชะล้างหน้าดิน แต่ยังช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการนำพันธุ์ข้าว "สันป่าตอง 1" เข้ามาปลูกทดแทนพันธุ์พื้นเมืองเดิม ซึ่งสามารถให้ผลผลิตสูงถึง 654 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อเทียบกับพันธุ์ซิวแม่จันเดิมที่ให้ผลผลิตเพียง 197 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น

ก้าวต่อไปในปีงบประมาณ 2569 กองประสานงานโครงการพระราชดำริ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนตามแผนแม่บทศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ ระยะที่ 2 โดยมุ่งเน้นการบูรณาการแผนงานในพื้นที่ต้นน้ำลำธารลุ่มน้ำห้วยผาบ่อง ผ่านกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคง ส่งผลให้ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาฯ ไม่เป็นเพียงแค่ศูนย์พัฒนาทางการเกษตร แต่คือสัญลักษณ์ของการพัฒนาที่ผสมผสานวิถีชีวิตของมนุษย์เข้ากับการฟื้นฟูป่าต้นน้ำได้อย่างสมดุลและยั่งยืนสืบไป

ข่าวแนะนำ