เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 เม.ย. 2569 ที่โลตัสบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ จะมีการหารือถึงการแก้ไขปัญหาพลังงานด้วยหรือไม่ว่า มีอยู่บางประเด็น ซึ่งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถือว่าสิ้นสุดไปกับรัฐบาลชุดที่กำลังจะพ้นไป จะต้องมีการตั้ง ศบก. ขึ้นมาใหม่ ซึ่งศบก. ครั้งแรกเราเน้นการสร้างความมั่นใจจะต้องมีปริมาณน้ำมันใช้ในประเทศให้แจกจ่ายได้ทั่วถึง ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย แต่จากนี้ไปจะไปเน้นในเรื่องของราคาน้ำมันจะมีการควบคุมอย่างไร และไปหามาตรการอื่นมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
โดยทาง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ได้นำเสนอเป็นโมเดลคร่าวๆไว้แล้ว ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง เพื่อลดภาระค่าครองชีพพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างที่บอกราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก เราจะไปอุ้มอยู่ตลอดโดยใช้กองทุนน้ำมัน เมื่อเกินจุดหนึ่งก็อุ้มไม่ได้ เราก็ต้องนำมาตรการอื่นๆมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
วันนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ใช้มาตรการในการจัดหาสินค้าซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่ได้บวกค่าการตลาด ซึ่งถือว่ามีคุณภาพใกล้เคียงกัน ปริมาณเท่าเทียมกัน มาตรฐานในการผลิตเท่าเทียมกัน ตรงนี้ก็จะลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าบริโภค ซึ่งจะลดไปประมาณ 25 - 30 % ก็จะมีสิ่งที่มาถ่วงค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน และได้รับความร่วมมือจากห้างร้านต่างๆ ห้างสะดวกซื้อต่างๆ ในการนำสินค้าเหล่านี้ออกมาปริมาณมากเป็นพิเศษ ขยายเวลาขายไปถึง 2 เดือน
เมื่อถามว่ามีข่าวว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก วันที่ 11 เม.ย. ภายหลังการแถลงนโยบาย นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะเป็นอังคารถัดไป ซึ่งการแถลงนโยบายรัฐบาลถ้าเสร็จในวันที่ 10 เม.ย. ครม. ก็จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ในช่วงนั้นถ้าหากจะต้องมีในเรื่องของการใช้กฎหมาย หรือประกาศใดๆ เราสามารถที่จะเรียกประชุม ครม. ได้ เรามีช่องทางจะเรียกประชุมทั้งคณะก็ได้
โดยจะใช้มาตรา 8 หนึ่งในสามก็ถือว่าครบองค์ประชุม ซึ่งไม่ใช่ประเด็นต้องกังวล ก็ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเวลาออกไปตามห้างต่างๆ ดูสินค้าที่มีป้ายไทยช่วยไทยตรงนี้ทำให้ประชาชนได้สินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างปกติแต่มีราคาที่ต่ำลงมาหลายสตางค์อยู่







