เมื่อปฏิทินหมุนมาถึงเดือนแห่งความรักในปี 2026 กลิ่นอายของวันวาเลนไทน์ไม่ได้มีแค่ดอกกุหลาบหรือช็อกโกแลตแบบเดิมๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะชาว Gen Z ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นตัวของตัวเองแบบสุดขั้ว ได้นิยามการให้ของขวัญใหม่จนสั่นสะเทือนวงการอีคอมเมิร์ซ เพราะในปีนี้ "คุณค่าทางใจ" ชนะ "ป้ายราคา" ไปอย่างขาดลอย
หากกำลังสงสัยว่าชาวดิจิทัลเนทีฟเขาให้อะไรกัน ขออาสาพาไปสแกน 5 อันดับของขวัญสุดฮอตที่มียอดเสิร์ชพุ่งทะลุเพดาน เริ่มต้นที่อันดับ 5 กับของขวัญประเภท "Experience Gift" หรือการมอบประสบการณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นบัตรคอนเสิร์ตศิลปินโปรดหรือทริปสั้นๆ ที่เน้นการสร้างโมเมนต์ เพราะสำหรับ Gen Z แล้ว สิ่งของอาจพังทลายตามกาลเวลา แต่ความทรงจำล้ำค่าที่ได้ใช้เวลาร่วมกันคือสิ่งที่ไม่มีใครขโมยไปได้
ส่งไม้ต่อมายังอันดับ 4 ที่สะท้อนความใส่ใจในคุณภาพชีวิตอย่าง ของขวัญสายสุขภาพและเทคโนโลยี อย่าง Smart Watch รุ่นล่าสุดหรือหูฟังตัดเสียงรบกวนชั้นยอด ที่ไม่ได้เป็นแค่ Gadget เท่ๆ แต่สื่อถึงความห่วงใยในระยะยาว อยากให้คนข้างๆ มีสุขภาพที่ดีและใช้ชีวิตได้สมาร์ทขึ้นในทุกวัน
ความน่าสนใจขยับเลเวลขึ้นมาที่อันดับ 3 กับ Digital Gift หรือการสมัคร Subscription ต่างๆ ทั้ง Netflix หรือ Spotify Duo ที่ดูเหมือนเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งของการ "มีอยู่ร่วมกันในโลกเสมือน" เป็นการประกาศกลายๆ ว่าอยากจะแชร์เพลย์ลิสต์และดูซีรีส์เรื่องโปรดไปพร้อมกับคุณในทุกค่ำคืน
ขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของไอเทมที่ทำเอาสายจุ่มต้องใจสั่นอย่าง Art Toys หรือของสะสมสุดแรร์ ไม่ว่าจะเป็น Labubu หรือน้องหมีเนยคอลเลกชันพิเศษ ซึ่งการให้ของสิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของราคา แต่มันคือการประกาศว่า "ฉันซัพพอร์ตความชอบของคุณนะ" เป็นการแสดงความเข้าใจในไลฟ์สไตล์และความคลั่งไคล้ของอีกฝ่ายแบบเต็มร้อย
และมาถึงอันดับ 1 ที่ครองใจชาว Gen Z มากที่สุดนั่นคือ ของขวัญทำมือหรือสาย Personalized เช่น Scrapbook รวมภาพถ่ายหรือ DIY Kit ที่มีชิ้นเดียวในโลก เพราะในยุคที่ทุกอย่างหาซื้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส การสละเวลาอันมีค่ามานั่งประดิดประดอยของขวัญด้วยตัวเองจึงกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ความรักที่ทรงพลังที่สุด สื่อถึงความทุ่มเทที่เงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้
สาเหตุที่ทำให้เทรนด์ของขวัญเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนในปี 2026 นี้ เกิดจากวิถีคิดที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ที่มองว่า Emotional Value สำคัญกว่า Price Tag อย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่ได้มองหาของแบรนด์เนมที่ใครๆ ก็มี แต่กลับมองหา "สตอรี่" หรือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในของขวัญชิ้นนั้น แม้จะเป็นเพียงเพลย์ลิสต์เพลงที่รวบรวมความรู้สึกเอาไว้ ก็สามารถสร้างความประทับใจได้มากกว่าของราคาแพงแต่ไร้จิตวิญญาณ
นอกจากนี้ Gen Z ยังให้ความสำคัญกับ Sustainability & Practicality หรือความยั่งยืนและการใช้งานจริง ของขวัญประเภทดอกไม้สดที่เหี่ยวเฉาไวเริ่มถูกแทนที่ด้วยต้นไม้จิ๋วหรือของใช้ดีไซน์เก๋ที่ใช้ได้นาน
และปัจจัยสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยคือความ Shareability หรือความสวยงามที่ต้อง "ลงไอจีได้" ของขวัญต้องสะท้อนตัวตนและมีสไตล์พอที่จะบอกเล่าเรื่องราวความรักผ่านหน้าฟีดโซเชียลได้อย่างภาคภูมิใจ ทั้งหมดนี้คือภาพสะท้อนของความรักยุคใหม่ที่เน้นความจริงใจ ความใส่ใจ และการเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในโลกที่หมุนไวขึ้นทุกวัน








