"นิกร" รมว.พม. นำทีม ลุยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ริมรางรถไฟเมืองย่าโม พร้อมหนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนช่วยกลุ่มเปราะบาง
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัยในระดับจังหวัด ทั้งนี้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) , คณะผู้บริหารกระทรวง พม., นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา พร้อมทีม พม.จังหวัดนครราชสีมา, ผู้บริหารท้องถิ่น, ผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ร่วมลงพื้นที่ โดยเริ่มจาก 1) บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา สังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) โดยมีการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้รับบริการที่อยู่ในความดูแล และพบปะพูดคุยกับสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา และ 2) สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา อำเภอเมืองนครราชสีมา สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) โดยมีการเยี่ยมให้กำลังใจผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน , มอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้รับบริการ , มอบบัตรผู้แสดงความสามารถ , เยี่ยมชมกิจกรรมและผลงานของโครงการทักษะอาชีพผู้ใช้บริการ (กลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษและกลุ่มเลี้ยงปลา), มูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานสังกัดกรม พส. (เขตชาย) รวมทั้งกิจกรรมรำวงพื้นบ้าน โดยกลุ่มจิตอาสาโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
นายนิกร กล่าวว่า จากนั้น ได้ลงพื้นที่ 3) สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม (ชุมชนพะไล) จำกัด หมู่ 6 เทศบาลตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยมีการรับฟังสรุปผลการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง พร้อมมอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนาดพื้นที่ 2,198 ตารางเมตร กำหนดอายุ 3 ปี ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2571, มอบงบประมาณสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด จำนวน 29 ครัวเรือน งบประมาณรวม 3,960,750 บาท จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., มอบเงินอุดหนุนโครงการการจัดหาครอบครัวอุปการะคนพิการ จากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.), มอบพัดลมแก่กลุ่มเปราะบาง และมอบวอร์คเกอร์แก่คนพิการ อีกทั้งเปิดป้าย "อาคารจามจุรี" บ้านสวัสดิการราคาถูก และรับมอบข้อเรียกร้องการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยจากเครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ และ 4) วัดป่าโนนม่วง (หิมพานต์) อำเภอโชคชัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ด่านเกวียน โดยมีการรับฟังสรุปภาพรวมการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชน และกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่อำเภอโชคชัย จาก พอช., มอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่กลุ่มเปราะบาง, มอบกุญแจบ้านในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย จำนวน 22 หลัง จากการเคหะแห่งชาติ (กคช.), มอบเงินกู้ยืมคนพิการต้นแบบเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรม พก., มอบป้ายบ้านคนพิการและผู้สูงอายุที่ได้รับงบประมาณการซ่อมแซมปรับปรุงให้มีความเหมาะสมและปลอดภัย จากกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และกรม พก., มอบเงินอุดหนุนสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน 47 ราย จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) , มอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัว จำนวน 19 ราย จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.), มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหากรณีฉุกเฉิน จำนวน 10 ราย และมอบเงินอุดหนุนโครงการกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่อำเภอโชคชัย
นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาระบบราง นั้น คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบในหลักการของแผนงานและงบประมาณโครงการฯ ระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) มีเป้าหมายครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 300 ชุมชน 27,084 ครัวเรือน และมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส. หรือ P-Move) ในส่วนของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทางกระทรวง พม. โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย, เทศบาลนครนครราชสีมา, เทศบาลตำบลหัวทะเล, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเครือข่ายองค์กรชุมชน "เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม" เพื่อช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้มีความมั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัย ถือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคงอย่างแท้จริง
สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนนั้น มีการขับเคลื่อนงานภายใต้อุดมการณ์ "ให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี" ซึ่งตลอดระยะเวลา 20 ปี มีผู้สนับสนุนประกอบด้วย กระทรวง พม. โดย พอช. , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชน โดยมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ประมาณ 6,083 กองทุน มีสมาชิกประมาณ 6,762,990 คน และช่วยเหลือสมาชิกและกลุ่มเปราะบางทางสังคมได้มากกว่า 11,846,374 คน โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนมีบทบาทสำคัญในการเป็น "ผู้ช่วยเหลือในเบื้องต้น" เนื่องจากกองทุนฯ มีการบริหารจัดการโดยชุมชน และมีการระดมทุนจากกองทุนฯ ทั่วประเทศ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยเร็วในเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ สถานการณ์โรคระบาด ภัยธรรมชาติ และภัยพิบัติ







