คนในครอบครัวชินวัตร ยังคงเดินทางไปเยี่ยม “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในเรือนจำคลองเปรมโดยต่อเนื่อง
เพียงแต่ครั้งล่าสุด วันที่ 19 ม.ค.69 น่าจะถือได้ว่า ครั้งนี้มี “ข่าวดี” ว่า ในเดือนพ.ค.นี้ ทักษิณ จะได้รับการพักโทษ
ประเด็นดังกล่าวมีรายงานข่าวมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และล่าสุดวันนี้ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความส่วนตัวทักษิณ ให้ข้อมูลกับสื่อว่า กรณีที่มีข่าวว่าทักษิณจะได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไปตรงกับช่วงเดือนพฤษภาคมนั้น เชื่อว่าเป็นกรอบระยะเวลาที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขัง
“การคุมขังของทักษิณจะครบ 8 เดือน ในวันที่ 8 พฤษภาคม 69 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ตามระเบียบและข้อกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ที่หากคุมขังมาแล้ว 2 ใน 3 และเหลือโทษจำคุกเพียง 1 ใน 3” (19 ม.ค.69)
ดังนั้นโอกาสที่ทักษิณ จะได้รับการพักโทษในเดือนพ.ค.นี้ อาจเป็นไปได้สูง ซึ่งวิญญัติ ยังยืนยันว่า แม้ทักษิณ จะยังมีประเด็นการอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ของอัยการสูงสุดต่อคดีของทักษิณอัยการสูงสุด นั้นวิญญัติ เชื่อว่าไม่น่ามีผลต่อการพักโทษในเดือนพ.ค.นี้ สืบเนื่องจากคดีชั้น 14
ทั้งนี้การได้กลับมาสู่โลกภายนอกของทักษิณ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่จะมีขึ้นในเดือนพ.ค.นี้ ย่อมเลยจังหวะสำคัญในมิติทางการเมืองไปแล้ว ทั้งการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จากนั้นจะไปเข้าสู่โหมดของการจับมือกันจัดตั้ง “รัฐบาลผสม”
ซึ่งแน่นอนว่า กว่าที่ทักษิณ จะได้รับการพักโทษในเดือนพ.ค. บรรดาพรรคการเมืองต้องจับมือและขั้วกันจบแล้ว
สำหรับพรรคเพื่อไทย ในฐานะกลไกทางการเมืองของทักษิณ ที่เดินหน้าทุกอย่าง โดยย่อมผ่านความเห็นชอบจาก “เจ้าของพรรค” มาตั้งแต่การกำหนดให้ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ คือแคนดิเดตนายกฯเบอร์หนึ่ง อยู่แล้ว น
และการเดินหน้าทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ในวันที่อ่อนแรง แต่ยังต้อง “สู้ต่อ” ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะ “หมดโอกาส” แต่อย่างใด เพียงแต่การสู้รอบนี้ เพื่อรักษา “ฐานที่มั่น” ของพรรคเอาไว้ให้ได้มากที่สุด และเจ็บตัวเปลืองตัวให้น้อยที่สุดต่างหาก
ภายในพรรคเพื่อไทย เองมีการทำโพลลับ เพื่อประเมินจุดอ่อน จุดแข็งในสนามเลือกตั้ง ทั้งหมดที่ส่งผู้สมัครลงไปอยู่แล้ว เช่นเดียวกับพรรคอื่นๆ ดังนั้นโพลหลากหลายสำนักที่ปรากฎออกมาเป็นข่าวผ่านสื่อ จึงเป็นเพียง “ข้อมูล” บางส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่พรรคจะนำมาวางแผนการเล่น ในช่วง “โค้งสุดท้าย” คือสัปดาห์สุดท้ายก่อนถึงวันที่ 8 ก.พ.69
พรรคเพื่อไทยมีการเช็กและประเมินข้อมูล ในส่วนของเขตเลือกตั้ง หลายแห่งโดยเฉพาะในพื้นที่ ที่ “อดีตสส.” ตัวหลักของพรรคได้ย้ายไปอยู่กับพรรคฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทย ซึ่งน่าจะเป็นจุดที่เป็นปัญหาสำหรับพรรค ไม่น้อย
ขณะที่กระแสคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ที่จะช่วยผลักดันให้ได้สส.บัญชีรายชื่อ ให้ได้มากที่สุด แม้อาจจะไม่เท่าเดิมในการเลือกตั้ง เมื่อปี2566 โดยพรรคเพื่อไทยได้คะแนนมหาชน 10,962,522 คะแนน ได้ 29 ที่นั่งสส.บัญชีรายชื่อ
อย่าลืมว่า การเลือกตั้งรอบนี้ 2569 พรรคเพื่อไทย ไม่ได้แข่งกับพรรคประชาชน เท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่า “คู่แข่ง” เกิดขึ้นจากหลายพรรคที่จะเข้ามาแชร์ส่วนแบ่ง “คะแนนป๊อปปูลาโหวต” แม้พรรคส้มจะอ่อนแรง แต่คู่แข่งหน้าใหม่ คือพรรคภูมิใจไทย พรรคสีน้ำเงิน และพรรคสีฟ้า คือประชาธิปัตย์ ที่ตั้งเป้าเอาไว้ที่ คะแนนมหาชนเช่นกัน
สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย ที่ยังอยู่ภายใต้การนำ ของทักษิณ ไม่ว่าเขาจะอยู่นอกหรือในเรือนจำ โดยมี ยศชนัน กำลังเดินสายทวงคะแนนป๊อปปูล่าโหวต เพื่อสู้กับ “คู่แข่ง” ที่แตกต่างและกลับมาแข็งแกร่ง ไม่อยากซ้ำรอยการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เช่นกัน จึงเป็นโจทย์หิน อย่างที่เห็น !








