การเปิดศึกหลายด้าน ในยามที่กำลังเผชิญหน้ากับ “ศึกใหญ่” ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ดังนั้น ภาพความใกล้ชิด ชนิดที่เรียกว่า “ไหล่ชนไหล่” ระหว่าง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” รองนายกฯและรมว.การอุดมศึกษาฯ ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าเมื่อวันที่ 2 เม.ย.69 ที่ผ่านมา จึงน่าจะบอกอะไรได้หลายอย่าง
โดยเฉพาะความบาดหมาง ระหว่าง “พรรคเพื่อไทย” กับ “พรรคภูมิใจไทย” นั้นต้อง “ยุติ” เป็นการชั่วคราว เพราะวันนี้ ทั้ง “แดง” และ “สีน้ำเงิน” ต้องอยู่ร่วมกันในรัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2”
ภาพดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากที่นายกฯอนุทิน เชิญแกนนำจากพรรคเพื่อไทย เข้ามารับประทานอาหารเที่ยง ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือกับการทำงานร่วมกัน รวมทั้งการผลักดันนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีนโยบายของทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ร่วมด้วย
ซีนการเมืองที่เกิดขึ้น ครั้งนี้กำลังตอกย้ำ “นัยยะ” ที่น่าสนใจด้วยกันหลายเรื่อง
ด้านหนึ่ง คือการตอกย้ำว่า “บาดแผล” ที่เคยอยู่ในใจ ครั้งที่พรรคภูมิใจไทย ถูกเขี่ยออกจากรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกฯ นั้นจะเป็นอดีต
ยิ่งเมื่อฟังจากการให้สัมภาษณ์ของทั้ง นายกฯอนุทิน และยศชนัน มีความชัดเจนว่า จากนี้การแก้ปัญหาร่วมกัน จะต้องรวดเร็วและ “ต่อสายถึงกัน” ได้ทันที ต่างฝ่าย ต่างมาหากันได้เลย
เช่นเดียวกับที่ยศชนัน บอกกับสื่อ ว่าวันนี้ต้องแยก เรื่อง “การเมือง” ออกจาก “บ้านเมือง” เพราะความมั่นใจของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญ
“ ขณะนี้เมื่อเราเข้ามาบริหารบ้านเมือง เราต้องแยกการเมืองออกไปก่อน เราทำงานในฐานะรัฐบาล นี่คือภาษีของประชาชน ดังนั้นการทำงานบริหารบ้านเมืองจึงไม่สามารถที่จะนำการเมืองเข้ามาขัดแย้งกันได้”
ความสมานฉันท์ ระหว่าง “2 พรรคใหญ่” ที่เคยบาดหมางกันอย่างรุนแรง ที่ผ่านมา ไม่ควรถูกมา “ขยายผล” โดยเฉพาะในจังหวะที่ พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาล ที่มี “ผู้เล่นหลัก” ลงไปรับมือกับ “วิกฤตพลังงาน” ทั้ง รัฐมนตรีตัวจริงของพรรค
โดยเฉพาะ “พิพัฒน์ รัชกิจปราการ” รองนายกฯและรมว.คมนาคม ซึ่งอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอม ทำให้นายกฯอนุทิน ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น ส่ง “เทคโนแครต” อย่าง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส” รองนายกฯและรมว.คลัง มาคุมเรื่องพลังงาน และนั่งประธานศูนย์ศบก.แทนพิพัฒน์
คำถามที่ดังกระหึ่มเวลานี้ คือการประเมินว่า รัฐบาล “อนุทิน 2” จะอยู่จนครบเทอม ยาว 4 ปีได้หรือไม่ เพราะชัยชนะจากการเลือกตั้ง เมื่อ 8 ก.พ.2569 จะการันตีความแข็งแกร่งของรัฐบาลได้หรือไม่
แต่ณ เวลานี้ เมื่อท่าทีจาก พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศ “ซัพพอร์ต” กันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็นสัญญาณที่ไม่เลวร้ายนัก ในจังหวะที่ พรรคสีน้ำเงิน กำลังเจอกับวิกฤตพลังงาน







