จารึกชื่อสู่ทำเนียบ "ราชาลูกหนัง" เมืองน้ำหอมอย่างเป็นทางการ สำหรับ "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้" กัปตันทีมชาติตราไก่ยุคใหม่ ที่เพิ่งระเบิดฟอร์มเก่งซัดคนเดียวสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศสเอาชนะทีมชาติเซเนกัลไปได้อย่างสุดมันด้วยสกอร์ 3-1 พร้อมคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติฝรั่งเศสมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยจำนวน 58 ประตู ทำลายสถิตเดิมของ "โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์" ลงได้สำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 27 ปี จากการลงสนามรับใช้ชาติไปแค่ 99 นัดเท่านั้น
ด้านอดีตหัวหอกเจ้าของสถิติเดิมอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งรับบทบาทเป็นผู้วิเคราะห์เกมผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในค่ำคืนประวัติศาสตร์นั้น ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีกับรุ่นน้องคนเก่งอย่างจริงใจ โดยเขาระบุว่ารู้สึกยินดีและดีใจกับความสำเร็จของเอ็มบั๊ปเป้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและสามารถคาดเดาได้อยู่แล้วว่าดาวเตะรุ่นน้องรายนี้จะก้าวขึ้นมาทำลายทุกสถิติ ทั้งจำนวนการลงสนามและจำนวนการพังประตู
พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นว่าเอ็มบั๊ปเป้จะสามารถยิงทะลุ 100 ประตูในนามทีมชาติได้อย่างง่ายดาย รวมถึงมีโอกาสดีที่จะทำลายสถิติทำประตูสูงสุดตลอดกาลในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ อดีตตำนานกองหน้าทีมชาติเยอรมนีลงได้อีกด้วย เนื่องจากดาวเตะรายนี้มักจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเสมอยามลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลก
จากการยิงเพิ่มอีกสองประตูในเกมนัดล่าสุด ทำให้ปัจจุบัน คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ส่องตาข่ายในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไปแล้วถึง 14 ประตู ขยับเข้าใกล้สถิติสูงสุดตลอดกาลของ "มิโรสลาฟ โคลเซ่" ที่ทำไว้ 16 ประตู เหลือเพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น
นอกจากนี้ ชิรูด์ ยังได้กล่าวชื่นชมถึงสภาพจิตใจและบุคลิกภาพอันยอดเยี่ยมของดาวยิงป้ายแดงแห่งสโมสร เรอัล มาดริด เพิ่มเติมว่า "ที่ผ่านมามีเพื่อนร่วมทีมหลายคนเข้ามาสอบถามเรื่องของเอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งเขามองว่าจุดเด่นที่สุดคือความทะเยอทะยานและสปิริตความมั่นใจในตัวเองอันเต็มเปี่ยม
เจ้าตัวรู้ดีว่าต้องการจะพาตัวเองไปถึงจุดไหน มีความเป็นผู้นำสูง และฉายแววความนิ่งเกินวัยมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กเยาวชน ทำให้เขาสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้า จนกลายเป็นผู้เล่นชั้นยอดและเป็นผู้นำที่แท้จริงทั้งในสนามแข่งขันและภายในห้องแต่งตัว"
ขณะเดียวกัน "จูเลียน ลอเรนส์" ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลฝรั่งเศสชื่อดัง แสดงทัศนะไว้อย่างน่าสนใจว่า "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสอย่างแน่นอน แม้ว่าในปัจจุบันทำเนียบอันดับหนึ่งและสองจะยังคงถูกครอบครองโดยสองตำนานผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ซีเนดีน ซีดาน และ มิเชล พลาตินี ตามลำดับ แต่ในตอนนี้เอ็มบั๊ปเป้ได้ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 3 เรียบร้อยแล้ว แซงหน้าตำนานดาวยิงรุ่นพี่อย่าง ติเอรี่ อองรี และเพลย์เมกเกอร์รุ่นพี่ร่วมทัพอย่าง อองตวน กรีซมันน์ ไปเป็นที่เรียบร้อย
โดยลอเรนส์ได้ทำนายทิ้งท้ายไว้ว่า "เมื่อเอ็มบั๊ปเป้ประกาศแขวนสตั๊ดสิ้นสุดอาชีพค้าแข้ง เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะเขายังมีโอกาสลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกอีกอย่างน้อยหนึ่งสมัย รวมถึงฟุตบอลยูโรที่กำลังรออยู่ ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศฝรั่งเศสเคยมีมา"
หากย้อนมองดูเส้นทางลูกหนังอันมหัศจรรย์ของ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จุดเริ่มต้นของเขาเกิดขึ้นในย่านบงดี ซึ่งเป็นย่านชานกรุงปารีส ก่อนจะฉายแววเด่นจนได้ย้ายเข้าสู่สโมสรโมนาโกตอนอายุ 14 ปี และสร้างชื่อด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ทำลายสถิติเดิมที่ ติเอรี่ อองรี เคยทำไว้ในปี 1994
จากนั้นเขาก็พัฒนาฝีเท้าอย่างก้าวกระโดดจนไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพ พาทีมชาติฝรั่งเศสเถลิงบัลลังก์คว้าแชมป์โลกในปี 2018 แถมยังสร้างปาฏิหาริย์กระหน่ำแฮตทริกได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2022 ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจย้ายไปสวมเสื้อลงเล่นให้กับทัพ ราชันชุดขาว สโมสรยักษ์ใหญ่ในสเปน ซึ่งเป็นทีมในความฝันวัยเด็กได้สำเร็จในท้ายที่สุด
#ฟุตบอลโลก2026 #เอ็มบั๊ปเป้ #ทีมชาติฝรั่งเศส #KylianMbappe #ข่าวฟุตบอล #บอลโลก2026 #ฝรั่งเศสชนะเซเนกัล








