จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 คนร้ายแต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบใช้อาวุธปืนลอบยิง ดาบตำรวจอดุลย์ อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ (ป.) ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ขณะขับรถไปรับลูกชาย 2 คนบริเวณหน้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ตำบลพงสตา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ นางฟาตีเมาะ อายุ 35 ปี ภรรยาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นครูของโรงเรียน เสียชีวิตในรถ ขณะอุ้มลูกน้อยวัยทารก ส่วนดาบตำรวจอดุลย์ได้รับบาดเจ็บ และเด็กทารกวัยประมาณ 2 เดือนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจต่อสังคมเป็นวงกว้าง ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ประณามเหตุความรุนแรงกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้ภรรยาเสียชีวิต ขณะลูกทารกได้รับบาดเจ็บ พร้อมเรียกร้องทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง และเร่งนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว ผ่าน เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยระบุเนื้อความว่า
แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ประณามการกระทำอันโหดร้ายที่กระทำต่อผู้หญิงและเด็กทารก
ตามที่ปรากฏเหตุสะเทือนขวัญกรณีกลุ่มคนร้ายแต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรยะหริ่งรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนภรรยาเสียชีวิตในรถขณะอุ้มลูกที่ยังเป็นทารก และทารกได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นั้น
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว และขอประณามการกระทำอันโหดร้าย ไร้มนุษยธรรมของกลุ่มคนร้ายที่ใช้ความรุนแรงพรากชีวิตมารดาไปจากลูก ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ยอมรับไม่ได้ และขัดกับหลักกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ
กสม. ยืนยันว่าสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับ โดยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ร่วมกันปกป้องและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับประชาชนโดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เพิ่มมาตรการป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเยียวยาความเสียหายทั้งต่อจิตใจและทรัพย์สินให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
26 พฤษภาคม 2569








