วันที่ 17 มิถุนายน เวลา 09.30 น. ร.ต.อ.เริงศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสาย 4017 บ้านกลาง–บ้านนอก หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านกลาง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาภากร วิรูปักษ์อารักษ์ ผกก. ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและชุดพิสูจน์หลักฐาน
เมื่อไปถึงพบว่าเป็นถนนในหมู่บ้าน ริมถนนพบรถจักรยานยนต์ สีเหลือง จำนวน1 คันจอดอยู่ ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ อส. และพบสะเก็ตระเบิดกระจัดกระจายถนนถนนเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกนำส่งโรงพยาบาลปะนาเระ ทราบชื่อคือ 1. นายอิลยัส ดอเลาะ อายุ 41 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 ตำบลท่าข้าม อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี และ 2. นายมะลีกี เจะแว อายุ 33 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ตำบลบ้านนอก อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยล่าสุด นายอิลยัส ดอเลาะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ อส.ชคต.บ้านนอก จำนวน 6 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ได้เดินทางไปรับผู้ป่วยยาเสพติด ในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลบ้านนอก เพื่อนำส่งเข้ารับการบำบัดที่โรงพยาบาลปะนาเระ หลังจากเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 มารดาของผู้ป่วยได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านเพื่อประสานเจ้าหน้าที่เข้ารับตัวผู้ป่วย โดยได้นัดหมายดำเนินการในช่วงเช้าวันนี้
ขณะเดินทางเพื่อนำตัวผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยใช้ขบวนรถประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ จำนวน 5 คัน โดยรถคันแรกมีเจ้าหน้าที่ อส. 2 นาย ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คันที่2 เป็นอส.2 นาย ส่วนคันที่ 3,4เป็นรถ จยย.ของญาติและผู้ป่วย และรถของผู้ใหญ่บ้าน และรถ จยย.คันที่ 5 เป็นรถของ อส.2นาย ขับปิดท้าย
กระทั้งเมื่อขบวนเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายได้ลอบกดชนวนระเบิดแสวงเครื่องที่ซุกซ่อนไว้ริมถนน ส่งผลให้เกิดแรงระเบิดอย่างรุนแรง สะเก็ดระเบิดพุ่งกระจายเป็นวงกว้าง เป็นเหตุให้ โดยรถจักรยานยนต์คันแรกซึ่งมีเจ้าหน้าที่ อส. 2 นาย เป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้าย ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่และและญาติ ผู้ป่วย และผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ในขบวนต่างรีบหาที่กำบัง ก่อนกำลังเสริมจะเข้าควบคุมสถานการณ์และลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นพื้นที่เพื่อความปลอดภัย ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมใช้โดรนสำรวจพื้นที่โดยรอบ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เบื้องต้นพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 5 กก.
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานบุคคล เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการก่อเหตุครั้งนี้เป็นฝีมือของกลุ่มความสงบในพื้นที่








