วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่สถาบันคึกฤทธิ์ ซอยงามดูพลี กรุงเทพ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานในพิธีสักการะรูปปั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยมีการแสดง การรำสำนึกพระคุณ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชเพลงวานรดำเนิน (เสมอ) เพลงบรรเลงเหมราชสถาบันคึกฤทธิ์ และการละเล่นแม่งู
จากนั้น มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระ 9 รูป เนื่องในวาระครบ 15 ปีในการก่อตั้งสถาบันคึกฤทธิ์ พร้อมพิธีมอบรางวัลคึกฤทธิ์ ประจำปี 2569 และพิธีมอบสัมฤทธิ์บัตร ประจำปี 2569
ประวัติการก่อตั้ง
ในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปีของ ศาสตราจารย์ พลตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อเดือนเมษายน 2534 ลูกศิษย์มิตรสหายได้สมทบทุนเพื่อจัดตั้งมูลนิธิและได้จดทะเบียน ในนาม “มูลนิธิ คึกฤทธิ์ 80” เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2534 ดำเนินกิจการเรื่อยมาจน 1 เมษายน 2543 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ไว้ในพระราชูปถัมภ์
มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์ในการอนุรักษ์และเผยแพร่นาฏศิลป์ ดนตรีไทย วัฒนธรรมไทย และได้ดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ คือ มีการส่งเสริมการเรียนการสอน จัดการแสดงนาฏศิลป์ และดนตรีไทยให้เยาวชนและบุคคลทั่วไป รวมถึงสนับสนุนและยกย่องศิลปิน ด้านศิลปะการแสดงไทย ดนตรี คีตศิลป์ และการแสดงพื้นบ้านไทย ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ เช่น โครงการรางวัลคึกฤทธิ์ ศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์
วันคึกฤทธิ์
มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ริเริ่มจัด “วันคึกฤทธิ์” ขึ้น ในวันที่ 20 เมษายน อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ในปี 2569 นี้ จะเป็นวาระครบ 115 ปีชาตกาล และเป็นวันก่อตั้งสถาบันคึกฤทธิ์ครบ 15 ปี มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ จึงจัดงานวันคึกฤทธิ์ เพื่อแสดงความระลึกถึงบุคคลสำคัญของโลก อดีตนายกรัฐมนตรี ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์
เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช 20 เมษายน มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้ริเริ่มจัด “วันคึกฤทธิ์” ขึ้นในวันที่ 20 เมษายน ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมในวันคึกฤทธิ์มายมาย สำหรับในปีนี้ เป็นวาระอันสำคัญ คือ สถาบันคึกฤทธิ์ได้ก่อตั้งมาครบ 15 ปี และมูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯจัดตั้งมาครบ 35 ปี จึงได้มีการจัดกิจกรรม 2 วัน โดยแยกกิจกรรมการแสดงโขนประจำปีจัดในวันที่ 19 เมษายน 2569 และกิจกรรมการบวงสรวง และทำบุญเลี้ยงพระ จัดในวันที่ 20 เมษายน 2569
ถึงแม้จะมิได้จัดการแสดง ณ เวทีใหญ่ จัดในเวทีสถาบันคึกฤทธิ์ ก็เป็นเวทีที่มีศักดิ์ศรี เป็นบ้านของเรา กิจกรรมต่างๆ ก็ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจจัดอย่างเต็มที่ สำหรับรายการในวันนี้ จะมีการจัดการแสดงถึง 3 รอบ เพื่อให้ผู้ปกครองและ FC ได้ชมการแสดงกันอย่างทั่วถึง การแสดงรอบแรกเพื่อเป็นการขอบคุณผู้สนับสนุนและท่านผู้มีเกียรติได้รับชมความสามารถของนักเรียนศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ และคณะครู การแสดงรอบบ่ายนั้น แบ่งออกเป็น 2 รอบ เนื่องจากมีการแสดงหลายรายการ
สำหรับปีนี้ เป็นการจัดการแสดงที่ให้นักเรียนทุกคนได้มี ส่วนร่วม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการเรียน สืบเนื่องจากได้มีการปรับปรุงรูปแบบการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติร่วมกันมากขึ้น
การเรียน การสอนของศูนย์ศิลปะการแสดงสถาบันคึกฤทธิ์ ในรอบ 16 ปีที่ผ่านมา เราจะไม่สามารถดำเนินการมาได้อย่างราบรื่นยาวนาน หากไม่มีผู้สนับสนุนทุกๆท่านที่ผ่านมาอย่าง ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และปัจจุบัน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยกิจกรรมศิลปวัฒนธรรมเพื่อเยาวชน ทำให้มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ ยังคงสามารถดำเนินกิจกรรมที่เป็นสาธารณประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
พิธีมอบรางวัลคึกฤทธิ์ ประจำปี 2569
มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80 ในพระราชูปถัมภ์ฯ ได้กำหนดจัด “วันคึกฤทธิ์” ขึ้นในวันที่ 20 เมษายน ของทุกปี อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการระลึกถึงหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช มาโดยตลอด รวมถึงการมอบรางวัลศิลปินคึกฤทธิ์ ซึ่งเริ่มให้รางวัลตั้งแต่พุทธศักราช 2553 จนถึง พุทธศักราช 2558
พุทธศักราช 2559 ได้มีการปรับเปลี่ยน รางวัลศิลปินคึกฤทธิ์ เป็น รางวัลคึกฤทธิ์ เพื่อให้ร่วมสมัย และเพิ่มรางวัลสาขาวรรณศิลป์ ซึ่งเป็นความสามารถอีกด้านที่โดดเด่นของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ รางวัลคึกฤทธิ์มีการมอบรางวัลใน 5 สาขา ได้แก่ สาขานาฎศิลป์ไทย สาขาดุริยางคศิลป์ สาขาคีตศิลป์ สาขาศิลปะการแสดง และ สาขาวรรณศิลป์
พุทธศักราช 2565 มีการปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้ครอบคลุมถึงศิลปะการแสดงพื้นบ้านด้วย และปรับรางวัลเป็น 2 สาขา คือ สาขาศิลปะการแสดง แบ่งเป็น ประเภทบุคคล 1 รางวัล ประเภทชุมชนหรือกลุ่มบุคคล 1 รางวัล และสาขาวรรณศิลป์ 1 รางวัล รวมทั้งสิ้น 3 รางวัล เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุนผู้ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมและด้านวรรณศิลป์ ให้มีกำลังใจที่จะดำรงไว้และอนุรักษ์ความเป็นไทยสืบต่อไป
และในปีนี้ได้ปรับให้รางวัล 2 สาขา คือ สาขาศิลปะการแสดง มีประเภทบุคคล และ ประเภทชุมชนหรือกลุ่มบุคคล 1 รางวัล และสาขาวรรณศิลป์ 1 รางวัล รวมทั้งสิ้น 2 รางวัล ดังนี้ 1. รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2569 ได้แก่ นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ 2. รางวัลคึกฤทธิ์ สาขาศิลปะการแสดง (ช่างศิลปกรรมด้านหัวโขน) พุทธศักราช 2569 ได้แก่ นายวรวินัย หิรัญมาศ







