จากปิดวาจา ถึง “ถุย” ใส่สคริปต์ ฉากชีวิตของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคมในห้วงที่ผ่านมา หากจะย้อนไปในยุคของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็ไม่รอดพ้นจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แม้ในช่วงที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีคุณูปการต่อประเทศไทย สร้างผลงานไว้มากมาย ตั้งแต่นโยบายเงินผัน ประกันราคาพืชผล ส่งเสริมสภาตำบล คนจนรักษาฟรี นักเรียนขึ้นรถเมล์ฟรี การถ่วงดุลอำนาจให้ประเทศชาติรอดจากลัทธิคอมมิวนิสต์ และการเปิดสัมพันธไมตรีกับจีนที่ส่งผลดีต่อประเทศไทยมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยเหตุที่ท่านเป็นบุคคลสาธารณะ และเคยเปรียบกระแสโจมตีต่างๆ ว่า “เมื่อเป็นภูเขาทอง ก็ต้องมีสุนัขมาเยี่ยวรด” ท่านจึงมีวิธีรับมือด้วยการทำ “อัตตา” ให้เล็กที่สุดและไม่ปะทะ ใช้วิธีพยายามไม่เอาตัวเข้าแลกแต่ย่อขนาดตนเองให้เล็กที่สุดเพื่อแคล้วคลาดจากการโจมตีหรือรับแรงกระทบให้น้อยที่สุด ประการต่อมาคือการบริหารจัดการอารมณ์ที่ท่านเปรียบว่าอารมณ์เหมือนน้ำซึ่งย่อมซึมซับมลภาวะจากคำใส่ร้ายได้ง่าย หากกักเก็บไว้ก็มีแต่เสียประโยชน์ ท่านจึงจำเป็นต้องระบายออกเพื่อให้จิตใจปลอดโปร่งสบายกายและมีกำลังไปทำงานสร้างประโยชน์ในเรื่องอื่นต่อไป
และประการสุดท้ายคือการใช้มาตรการจาก “คาถาพาหุง” จัดการกับปัญหาและบุคคลหลายรูปแบบ ทั้งการชนะคนโลภด้วยการให้ ชนะคนอวดเบ่งด้วยการไม่ให้ความสำคัญ ชนะคนคลุ้มคลั่งด้วยเมตตาไม่ถือสา ชนะคนหลงผิดด้วยการแสดงความเหนือกว่า ชนะคนโกงด้วยความสงบเยือกเย็น ชนะผู้ใส่ร้ายด้วยการให้ปัญญา ชนะผู้มีฤทธิ์ด้วยการใช้ตัวช่วย และชนะผู้มีวิชาความรู้ด้วยการแสดงปัญญาที่เหนือกว่าเพื่อให้รอดพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง (สรุปความจาก บทเรียนชีวิตจาก ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดย ทวี สุรฤทธิ์กุล หรือ ก๊วยเจ๋ง บทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือ 100 ปีคึกฤทธิ์) หากนายกฯ อนุทิน จะฉวยแนวคิด พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ นำไปประยุกต์ใช้บ้างในยามพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกเช่นนี้ ก็อาจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น
#อนุทิน #คึกฤทธิ์ปราโมช #ภูเขาทอง #บทเรียนชีวิต #การเมืองไทย #บริหารอารมณ์ #การเมือง








