ปากกาขนนก / สกุล บุณยทัต
“..เราต่างเติบโตขึ้นมาเป็นชีวิต ด้วยบทบาทการเรียนรู้ในชีวิตที่แตกต่างกัน มันทั้งขึ้นอยู่กับกลไกทางประสบการณ์ และเงื่อนไขแห่งชะตากรรมอันยากจะคาดเดา หลายครั้งหลายหนที่ชีวิต ต้องเผชิญและต้องแบกรับกับแรงกระแทกอันหน่วงหนัก แต่กลับบางครั้ง แรงกระทบอันบางเบา กลับฝังความทรงจำให้ชีวิตได้ตระหนักรู้ถึงรสชาติของความเป็นไปอย่างล้ำลึก..ทั้งหมดนั้นย่อมคือนาฏกรรมแห่งชีวิต ที่ผ่านเข้ามาทดสอบความเป็นตัวตนอันจริงแท้ของเรา กระทั่งกลายเป็น ”เครื่องเตือนใจอันพิสุทธิ์..ที่ความเป็นชีวิต..จักต้องเข้าใจและแยกแยะเป็น!”
ทั้งหมดในประเด็นสำคัญข้างต้น..คือสาระอันสมควรแก่การพินิจพิเคราะห์ จากหนังสือแห่ง “การเตือนใจ ต่อการมีชีวิตอยู่!”
“A Gentle Reminder”: บทเรียน 4 ข้อสำคัญ ที่ทำให้เราทุกคน กล้าหาญ จนสามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ฝันเอาไว้..! ผลงานเขียนของ “Bianca Sparacino” หนังสือที่มีจุดมุ่งหมาย..เพื่อให้เกิดการค้นพบความกล้าหาญในการสร้างชีวิตและควบคุมตัวเอง ให้คนเราได้ใช้ชีวิตตามความฝัน โดยใช้เวลาอย่างคุ้มค่าที่สุด โดยมีหลักคิดและการกระทำอยู่ 4 ประการ อันประกอบด้วย..
รู้จักคุณค่าของตนเอง โดยหลักที่ตัวเราเอง สมควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพและความเมตตา “อย่าประเมินตนเองต่ำจนเกินไป” เราจักต้องเห็นตนเอง และรับรู้เชิงตระหนักว่าตนเองมีคุณค่า มีศักยภาพ และ สมควร ภูมิใจในตนเอง.. ซึ่งเมื่อใครก็ตามที่รู้จักคุณค่าของตนเอง ”ก็จะรักตนเองเป็น“ กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ ยอมรับความแตกต่าง ตลอดจนความคิดเห็นของคนอื่น มีความสามารถในการปรับตัวได้ดี จนสามารถมองโลกในแง่ดีได้..กระทั่งนำไปสู่ความมีเหตุผล..!
..ส่วนผู้ที่มีความรู้สึกมองเห็นตนเองต่ำ ก็จะมีทัศนคติเชิงลบ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ขาดความมั่นใจ กลัวความผิดพลาด รู้สึกว่าตัวเองไม่ดี เป็นภาระต่อผู้อื่น รู้สึกไร้ค่า และชอบเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นเสมอ.. ว่ากันว่า..หากปลายทางของเรา คือการประสบความสำเร็จในชีวิต การรู้คุณค่าของตนเอง จักถือเป็นสิ่งสำคัญ ในการกำหนดเป้าหมาย เพื่อบรรลุความสำเร็จนั้นๆ.. เพราะเมื่อคุณรู้คุณค่าของตนเอง จักถือเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดเป้าหมาย เพื่อบรรลุความสำเร็จนั้นๆ และเมื่อคุณรู้คุณค่าของตัวเอง คุณก็จะสามารถ วาดแผนที่ที่จะช่วยให้คุณเดินทางไปถึงจุดหมายได้..และขอให้จำไว้ว่า.. “ตัวของคุณสามารถได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ และ ความเมตตา“
กำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ..กลุ่มคนที่ขาดการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนในชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ด้านการทำงาน ความสัมพันธ์ ครอบครัว เพื่อน หรือแม้กระทั่งคนรัก สามารถจะนำเราไปสู่ความอ่อนล้าทางอารมณ์ และอาจก่อให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพจิตตามมาได้.. เหตุนี้..เราจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดขอบเขตของชีวิตในทุกๆ ด้านอย่างเข้าใจและชัดเจน เพราะสิ่งนี้..จะทำให้เรารู้สึกว่า เราสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ รวมทั้งจักมีความเคารพต่อตัวเองและผู้อื่น.. “เมื่อเราล้มเหลวในการกำหนดขอบเขต และให้ผู้อื่นเป็นคนรับผิดชอบแทน เราจะรู้สึกว่า..เราถูกหลอกใช้และถูกเหยียดหยาม นี่คือ เหตุผล เมื่อบางครั้งความอดทนมาถึงขีดสุด เราก็เลือกที่จะโต้ตอบกลับไปยังเขาเหล่านั้น ซึ่งก็จะสร้างความเจ็บปวดได้ยิ่งกว่า”
การให้เวลากับตัวเอง.. นับเป็นสิ่งในการลงทุนที่ดีที่สุดที่เราสมควรต้องทำ..เราต้องฝึกให้เวลาตัวเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจ โดยหัดฝึกความคิดเชิงบวก และหาเวลาทบทวนเป้าหมายว่า..ตอนนี้คุณอยู่ ณ จุดไหน?..กำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น หรือกำลังถอยหลังอยู่..? “จงหมั่นให้พลัง และเติมพลังงานด้านบวกแก่ตัวคุณเอง..!”
ลงทุนในตัวของคุณเอง.. การลงทุนที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ ก็คือการลงทุนในตัวเอง ยิ่งเราเรียนรู้มากเท่าไหร่ สิ่งที่เราได้รับก็จะมากขึ้นเท่านั้น การลงทุนในตัวเปรียบเสมือนการมีอาวุธติดตัวหลายๆ อย่าง ซึ่งก็เป็นการรับประกันได้ว่า ตัวของเรา มีความเชี่ยวชาญหลายอย่าง ที่สามารถรับมือ และต่อสู้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เพื่อมุ่งไปให้ถึงจุดหมายที่ได้วางไว้!
ความสำคัญและน่ายกย่องของหนังสือเล่มนี้ อยู่ที่เจตจำนงของหนังสือ ที่ตีแผ่ความคิดอันเป็นประโยชน์ต่อการพิเคราะห์ชีวิต ในแง่มุมที่ ลุ่มลึก และสมควรที่จักต้องพิจารณา.. นับจากการเตือนให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ผ่านการยอมรับและเข้าใจความไม่สมบูรณ์แบบในชีวิต การย้ำเตือนให้เห็นคุณค่าในตัวเอง การรู้จักและสามารถเยียวยารักษาหัวใจที่แตกสลาย โดยเน้นย้ำว่า ตัวของเราต้องได้รับความเมตตา .. หนังสือเล่มนี้..จึงเปรียบดั่งเพื่อน ที่ย้ำเตือนต่อเรา ให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากให้ได้ “ทางเลือกมีเสมอ สำหรับคนที่อยากเลือก จงเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แล้วเดินหน้าต่อไปก็พอแล้ว..!“
ในวันที่โลกทำร้ายและใจร้ายต่อเรา.. หนังสือเล่มนี้คือมิตรสหายและเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตัวเราเอง..! มันสอนให้เราตระหนักถึง การยอมรับความจริง ด้วยข้อประจักษ์ในทุกๆ ความรู้สึก แม้จะเป็นด้านลบในบางขณะก็ตาม “ทุกสิ่งมีอยู่ได้ เป็นอยู่ได้ และจะผ่านไปได้โดยไม่ต้องฝืน “อนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอก่อนได้ แล้วค่อยๆ เยียวยา”
เราจำเป็นต้องเห็นคุณค่าในตัวเอง และมองเห็นศักยภาพของตน อย่าเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เพราะเราทุกคนสามารถได้รับความเคารพและความเมตตา.. “จงยอมรับข้อผิดพลาด ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ไม่ใช่จุดจบของชีวิต“ จงรักตนเอง..ด้วยการดูแลหัวใจที่เปราะบาง อย่าปล่อยให้โดนทำร้ายซ้ำๆ เนื่องเพราะหัวใจของคนเราทุกคนนั้นสำคัญที่สุด.. “จงกล้าที่จะปฏิเสธสิ่งที่ทำร้ายจิตใจ และจงเลือกใช้เวลาเพื่อที่จะพักผ่อน“
และ..สุดท้าย.. จงปล่อยวาง และมีความสุข..โดยต้องปล่อยวางความผิดหวัง และต้องใจดีกับตัวเองในวันที่เหนื่อยล้า.. “จงบอกกับตัวเองว่า ..ชีวิตไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินหัวใจ ของเราหรอก!”
นี่คือ..หนังสือที่เปรียบดั่ง “เครื่องเตือนใจอันอ่อนโยนและทรงคุณค่า” เป็นหนังสือที่ทำให้เราเข้าใจในรักและหลืบมุมอันละเมียดละไมของชีวิต.. แท้จริงแล้วเราต่างมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวิกฤตของความรู้สึกร่วม หากไม่ยอมเรียนรู้ในบทบาทอันสลับซับซ้อนของมัน ความอ่อนโยนของมันก็ไร้ความหมาย และไม่สามารถเกิดเป็น สถานที่อันงดงามของความเป็นชีวิตได้..! ความแตกสลาย ย่อมคือความสูญสิ้นของ “เครื่องเตือนใจ” อันไม่อาจหวนคืน!
นี่คือผลงานแปลเล่มแรกของ “ชฎา” ผู้เริ่มต้นสู่วงวรรณกรรมด้วยการเป็นผู้รีวิวหนังสือ ..ความเข้าใจในประเด็นเรื่องราวอย่างเห็นคุณค่า ทำให้สาระของหนังสือเล่มนี้ถูกถ่ายทอดออกมา อย่างเต็มไปด้วยความหมาย..“
เมื่อเรารู้สึกสับสน ผิดหวัง เราจำเป็นที่จะต้องหายใจใหม่..เพราะสิ่งที่งดงามนั้น อยู่ในตัวเราทุกคน และกำลังรอให้เรามองเห็น..เราไม่จำเป็นต้องเก่ง ไม่ต้องมี ไม่ต้องเหมือนใคร เพราะเราต่างมีแสงสวยงามในตัวของเราเอง ในแบบฉบับที่เราเป็น.. “จงยอมรับว่า..บางครั้งสิ่งที่สวยงามก็ต้องจบลง และบางครั้งคนเราก็จักต้องเดินจากไป..จงหาบทสรุปและข้อสรุป จากสิ่งนั้น..!“
#ปากกาขนนก #AGentleReminder #BiancaSparacino #พัฒนาตนเอง #เยียวยาหัวใจ #รักตัวเอง #บทเรียนชีวิต








