กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการคอนเทนต์ไทยทันทีสำหรับแฮชแท็ก #แบนหงสาวดี ที่พุ่งทะยานติดเทรนด์ X อันดับ 1 ในประเทศไทย กลายเป็นชนวนดราม่าลิขสิทธิ์ระหว่างมังงะ “อโยธยาเอยาวดี” กับซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “หงสาวดี” กลางดึกคืนวันที่ 13 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเพจ “บันทึกที่เปิดเผยแห่งอโยธยา” ออกมาให้ข้อมูลว่า ทีมผู้สร้างซีรีส์ได้ติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ (IP) มังงะเรื่องนี้เพื่อนำไปดัดแปลง แต่ในระหว่างการเจรจากลับมีการยื่นเงื่อนไขให้นักวาด "งดรับงานอื่น" ซึ่งถือเป็นการตัดโอกาสในวิชาชีพ ก่อนที่ภายหลังทีมงานจะขอยกเลิกดีลโดยอ้างเหตุผลว่า เนื้อหาเดิมเป็นแนว Boy's Love (วาย) และมีภาพลักษณ์ที่ล่อแหลมจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ทีมผู้สร้างได้ยื่นข้อเสนอให้นักวาด 2 ทางเลือก คือ 1. ซื้อลิขสิทธิ์ต่อแต่ "ห้ามให้เครดิต" โดยจะไม่ลงชื่อนักวาดและชื่อเรื่องเดิม หรือ 2. ยกเลิกดีลไปเลย แต่ทีมงานจะดำเนินโปรเจกต์แนวนี้ต่อไปเอง โดยอ้างว่าไม่ได้ใช้ไอเดียของนักวาด ทำให้นักวาดตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ 2 และถอนตัวจากการเจรจาทั้งหมด ทว่ากลับพบพิรุธเมื่อมีการโอนเงินที่อ้างว่าเป็น "ค่าเดินทาง" ให้กับนักวาด แต่ในเอกสารกลับระบุว่าเป็น "ค่าที่ปรึกษา" ซึ่งในทางกฎหมายอาจทำให้ศิลปินเสียเปรียบหากมีการฟ้องร้องในอนาคต จนนำไปสู่การขุดคุ้ยในโลกออนไลน์และเกิดกระแสแบนอย่างรวดเร็ว
ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือ เมื่อตัวอย่างซีรีส์ถูกปล่อยออกมา ชาวเน็ตพบว่า "กลิ่นอาย" และความสัมพันธ์ของตัวละครมีความคล้ายคลึงกับมังงะอย่างมาก โดยเฉพาะรายละเอียดเฉพาะตัวอย่าง "น้ำปรุงกุหลาบมอญ" ซึ่งเป็นจินตนาการใหม่ที่นักวาดแต่งขึ้นมาเองและไม่มีปรากฏในบันทึกประวัติศาสตร์จริง แต่กลับไปปรากฏอยู่ในซีรีส์อย่างชัดเจน
ทางด้าน ช่องวัน 31 ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า โครงเรื่องและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ปรากฏในซีรีส์ เกิดจากการตีความและการค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของทีมเขียนบทเอง พร้อมยืนยันว่า "ไม่ได้ผลิตตามเนื้อเรื่องในการ์ตูน" และไม่ได้นำพล็อตเรื่องที่เป็นจินตนาการเฉพาะของมังงะมาใช้เป็นแกนหลักในการดำเนินเรื่อง
ทั้งนี้ทางช่องยอมรับว่า มีการติดต่อพูดคุยกับคุณ Amulin (นักวาดมังงะ) จริง เพื่อแจ้งให้ทราบและพยายามเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ไว้ล่วงหน้าเพื่อ "ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น" เนื่องจากทราบว่ามังงะดังกล่าวมีเนื้อหาที่พูดถึงความสัมพันธ์ของตัวละครในเชิงใกล้ชิดคล้ายคลึงกัน โดยในแถลงการณ์ระบุว่า จากการเจรจาในขณะนั้น ทั้งฝั่งผู้สร้างและฝั่งนักวาดได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า "เนื้อหาของทั้งสองผลงานมีความแตกต่างกัน" เมื่อเห็นว่าเนื้อหาไม่ตรงกันจึงเป็นเหตุให้ไม่มีการซื้อขายลิขสิทธิ์เกิดขึ้น และทางช่องถือว่าการเจรจานั้นจบลงด้วยความเข้าใจอันดีต่อกัน
#แบนหงสาวดี #อโยธยาเอยาวดี #ลิขสิทธิ์ #ดราม่าซีรีส์ #Amulin #ช่องวัน31








