ทุ่งผักตบชวาลอยวนปิดตายปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงนานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่ยอมไหลออกลงสู่ท้องทะเลอ่าวไทย ทำการสัญจรผ่านหยุดชะงักปากแม่น้ำถูกปิดกั้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเดินเรือลอดผ่านใต้สะพานเทพหัสดิน ที่มีสภาพคล้ายกับคอขวดทำมวลผักตบเคลื่อนตัวได้ล่าช้า และถูกอัดแน่นสะสมขวางทางน้ำ
วันที่ 24 ส.ค.69 เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ขณะนี้มวลผักตบชวาจำนวนมาก ก้อนขนาดมหึมาได้ไหลลงมาตั้งด่านปิดกั้นขวางที่ปากอ่าวแม่น้ำบางปะกงแล้ว โดยยังคงหมุนวนเวียนไหลขึ้นไหลลงตามกระแสน้ำ ในบริเวณใกล้ปากแม่น้ำทางตอนปลาย และมีการสะสมรวมตัวกันเป็นแพอย่างหนาแน่น ที่บริเวณช่องลอดผ่านใต้สะพานเทพหัสดินข้ามแม่น้ำบางปะกง เส้นทางสาย 34 เทพรัตน (บางนา-ตราด) มาเป็นเวลานานถึงกว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่ออกสู่ท้องทะเลอ่าวไทย จนทำให้มวลผักตบชวาก้อนขนาดมหึมานับหมื่นตันนี้ ได้แผ่กิ่งก้านเข้าปกคลุมพื้นผิวน่านน้ำคล้ายกับทุ่งหญ้าอันกว้างขวาง และขยายตัวออกไปจนเกือบเต็มลำน้ำลักษณะเป็นการปิดขวางเส้นทางการสัญจรเหนือผิวน้ำ ที่เรือจะผ่านเข้าออกสู่ปากแม่น้ำบางปะกงไม่ได้อย่างสิ้นเชิง จนทำให้การเดินเรือหยุดชะงักไม่สามารถขับผ่านออกไปได้
นอกจากนี้ ในบริเวณใต้ตอม่อสะพานยังมีลักษณะเป็นคอขวด จากตัวของแนวเสาตอม่อสะพานเอง ที่หยั่งลงรับน้ำหนักเป็นแถวยาวตัดขวางลำน้ำ ทั้งยังมีทุ่นแพของทางเทศบาลตำบลท่าข้ามที่ถูกนำมาลอยแผ่ไว้เหนือผิวน้ำจนเป็นลานกว้าง และยังมีแนวกั้นเขตของผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยที่บริเวณใต้สะพานปิดขวางเส้นทางการไหลของมวลผักตบด้วย จึงทำให้เกิดการสะสมตัวของมวลผักตบอย่างหนาแน่นมากในบริเวณนี้
ขณะที่ก้อนผักตบชวาบางส่วนที่ถูกกระแสน้ำทะเลซัดหนุนสูง ได้ขึ้นไปเกยตื้นอยู่บนฝั่งและถูกแดดเผาตายไปบางส่วนที่เหนือขอบตลิ่ง จนมองเห็นก้านใบแห้งเหี่ยวให้เห็นบ้างแล้ว ขณะที่มวลผักตบก้อนใหญ่ยังคงลอยวนขึ้นลงอยู่ในลำน้ำ ไม่ยอมหลุดออกไปให้พ้นสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ตามความต้องการของหลายฝ่าย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องอาศัยลำน้ำบางปะกงในการประกอบอาชีพทำมาหากินสักที เพื่อให้เกิดการย่อยสลายหมดไปตามกระบวนการทางธรรมชาติในที่สุด








