สนามยิงปืนเมืองแปดริ้วเงียบเหงา หลังมาตรการคุมอาวุธปืนเข้มงวด นายกสมาคมกีฬายิงปืนฯ วอนรัฐบาลแยกแยะผู้ก่อเหตุจากสุจริตชน ชี้ปืนเถื่อนและปืนดัดแปลงเป็นต้นเหตุเหตุร้าย พร้อมขอความชัดเจนเรื่องการนำพาอาวุธปืนไปสนามกีฬา
วันที่ 13 ส.ค.69 เวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังที่สนามกีฬายิงปืนเมืองแปดริ้ว ตั้งอยู่เลขที่ 55 ม.5 ต.บางเตย อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อดูบรรยากาศการเข้ามาใช้บริการของนักกีฬายิงปืนภายในสนาม ปรากฏว่าภายในสนามมีแต่ความเงียบเหงา ว่างเปล่าไร้ผู้คนเข้ามาใช้บริการ โดยมี จนท.สนามชาย 1 คนหญิง 1 คน เฝ้าอยู่ในสนามเท่านั้น โดยที่ไม่มีลูกค้าหรือสมาชิกรายใดเข้ามาเลยแม้แต่คนเดียว
สอบถาม นายศิริโรจน์ พลอยสุทธิ นายกสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธเมืองแปดริ้ว กล่าวว่า ขณะนี้สนามยิงปืนของสามาคมมีแต่ความเงียบเหงาว่างเปล่า ไม่มีผู้คนเข้ามาใช้บริการเนื่องจากสมาชิกและนักกีฬานั้นเกิดความเกรงกลัวต่อมาตรการจากทางรัฐบาล จึงไม่กล้าที่จะนำพาอาวุธปืนเข้ามายังสนาม เพราะเกรงว่าจะมีความผิดในระหว่างการเดินทาง ซึ่งในส่วนตัวนั้นเห็นด้วยกับทางรัฐบาลที่มีมาตรการในการห้ามประชาชนพกพาอาวุธปืน แต่อยากให้งดเว้นในเรื่องของคำว่า “การนำพาอาวุธปืน” สำหรับนักกีฬาหรือสุจริตชน เพราะการพกพาและการนำพานั้นไม่เหมือนกัน
โดยการพกพา คือ การพกติดตัวไปที่พร้อมจะสามารถนำไปก่อเหตุในสถานที่ต่างๆ ได้ในทันที แต่การนำพานั้นอาจจะมีการเก็บใส่กล่องปิดล็อกกุญแจและเก็บไว้ยังที่หลังรถ โดยไม่สามารถที่จะหยิบนำขึ้นมาใช้ได้ในทันที เพื่อให้สามารถเดินทางนำมาใช้บริการสนามกีฬาหรือเคลื่อนย้ายได้ เช่น การนำเอาอาวุธปืนไปตรวจยังที่ว่าการอำเภอ หรือขนย้ายนำไปในกรณีต่างๆ จึงอยากให้มองถึงระเบียบ กฎหมาย และแยกแยะระหว่างการพกพากับการนำพาที่ต่างกันออกจากกัน เพราะมันไม่เหมือนกัน
ซึ่งอาจจะมีการกำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่า ให้นำพาไปในช่วงเวลาใดถึงเท่าใด เช่นเวลา 09.00-18.00 น. และหลังจากนั้นหรือในยามวิกาลก็อาจจะว่ากันไปตามตัวบทกฎหมายกรณีที่เกินกว่าเวลาที่กำหนด เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักกีฬา หรือสุจริตชนที่อยากฝึกฝนอาวุธปืนให้ปลอดภัยกับครอบครัวและทรัพย์สินของตนเอง ที่สำคัญนั้นอยากให้มองว่ามีการแข่งขันกีฬาด้านอาวุธปืนด้วย ทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศ และยังคงมีการแข่งขันกันมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักกีฬาไทยนั้นมีผู้ที่สามารถทำชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเราจำนวนไม่น้อย
จึงอยากให้แยกแยะประเด็นออกจากกัน ระหว่างผู้ก่อเหตุร้ายกับสุจริตชน โดยผู้ที่ใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้องไม่ใช่บุคคลประเภทเดียวกันกับผู้ก่อเหตุร้าย ขณะที่ผู้กระทำผิดก็ย่อมได้รับกรรมในส่วนที่เขาทำ เช่น ผู้ที่ปล้นร้านทองผู้นั้นก็ต้องได้รับผลกรรมที่เขาปล้นร้านทอง ผู้ที่ก่อเหตุฆ่าคนด้วยอาวุธปืนเขาก็จะต้องได้รับผลกรรมตามกระบวนการทางกฎหมายที่จะต้องขึ้นศาลและถูกจำคุก โดยที่สุจริตชนคนอื่นๆทั่วไปนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย เพราะเขาไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุด้วย และเขายังใช้อาวุธปืนตามข้อกำหนดกฎหมายที่ถูกต้องด้วย.
ที่สำคัญ กว่าที่แต่ละคนจะได้รับหรือขอใบอนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืนจากนายทะเบียนท้องที่หรือนายอำเภอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกว่าจะมีการอนุมัติให้จะต้องถูกตรวจสอบคุณสมบัติ มีการตรวจสอบทรัพย์สิน และตรวจสอบสุขภาพจิต จึงทำให้กว่าจะมีอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายกันมาได้นั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยอยากจะบอกไว้ว่า “ปืนไม่เคยฆ่าคน แต่เป็นเพราะคนที่ฆ่ากันเอง” เพราะบางอย่างที่ไม่ใช่อาวุธปืนก็สามารถฆ่าคนได้ เช่น มีดทำครัว ตะเกียบ หรือแม้แต่กระทั่งแปลงสีฟัน จึงอยู่ที่เจตนาของผู้ใช้สิ่งของแต่ละชิ้นว่าจะนำไปใช้ทำอะไร
หากผู้ใช้เป็นคนดีเขาก็ไม่นำไปทำร้ายคน เปรียบเสมือนกับการที่ประเทศเราที่จะต้องมีรถถังมีอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกันประเทศ สุจริตชนก็เช่นเดียวกัน ที่เขาก็ต้องการมีเอาไว้เพื่อป้องกันตนเองหากมีภัยร้ายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขา โดยที่เขาไม่ได้นำไปคุกคามใคร นายศิริโรจน์ ระบุ
ทั้งยังบอกว่า นอกจากสนามยิงปืนของสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธเมืองแปดริ้วจะได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐบาล และกระแสที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้แล้ว ยังเชื่อว่าสนามอื่นๆ ล้วนต่างได้รับผลกระทบกันไปทั่วทั้งประเทศด้วย ผลสะท้อนที่ออกมาจากรัฐบาลหรือทางนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีนั้นท่านอาจจะมองผิดไป ที่มาจำกัดสิทธิของสุจริตชน ซึ่งต้องขอย้ำว่าสุจริตชน เพราะปืนถูกกฎหมายก็ยังไม่มีใครนำไปก่อเหตุ จากสถิติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากอาวุธปืนดัดแปลงหรืออาวุธปืนเถื่อนเป็นปืนที่ไม่มีทะเบียน ที่ไม่ได้อยู่ในมือของสุจริตชนที่ได้ผ่านการขออนุญาตมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
จึงอยากจะบอกว่ากฎหมายของไทยเขาได้กำหนดตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืนเอาไว้ทั้งหมดแล้ว หากมีผู้ใดนำพาไปในเมืองโดยไม่มีเหตุอันควรก็มีโทษ ผู้ใดยิงปืนในที่สาธารณะก็มีโทษ ผู้ใดนำพาไปโดยมีเหตุอันสมควรก็ได้รับการยกเว้น จึงอยากให้มองกันไปตามตัวกฎหมายว่า หากผู้ใดกระทำผิดคนนั้นก็ต้องได้รับโทษ ส่วนผู้ที่ไม่ได้กระทำผิด เขาก็ไม่ควรที่จะได้รับโทษหรือได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้
และอยากขอให้มองไปยังมิติอื่นๆ ด้วยว่าปืนนั้นเป็นกิจกรรมสันทนาการ นอกจากใช้เป็นอาวุธแล้ว ยังเป็นกิจกรรมครอบครัว เช่น พ่อพาลูกมายิงปืนหรือมาฝึกการใช้สมาธิ หรือนำไปทำการแข่งขันกีฬาเพื่อให้ได้ชื่อเสียงเกียรติยศทั้งแก่ตนเองและประเทศจึงอยากให้ทางนายอนุทิน ได้มองมาถึงยังมิตินี้ด้วย
สำหรับสนามยิงปืนแห่งนี้เป็นสนามยิงปืนขนาด 11 ช่องยิงตั้งแต่ระยะ 25 เมตร 15 เมตร 10 เมตร และ 7 เมตรตามลำดับลงมา โดยมี จนท.สนามมาคอยให้คำแนะนำระหว่างการยิง เปิดให้บริการแก่สมาชิกที่สนใจระหว่างเวลา 09.00-16.30 น.ของทุกวัน และในระหว่างนี้หากไม่กล้านำพาอาวุธปืนออกมาจากบ้าน ตามมาตรการที่เข้มงวดอยู่นั้น ทางสนามมีปืนให้เช่ายิง ทั้งอาวุธปืนสั้นและปืนยาว พร้อมมีกระสุนให้บริการแก่ทางสมาชิก สามารถใช้ได้ภายในสนามเท่านั้นห้ามนำออกไปยังภายนอก
โดยเป็นสนามของภาคเอกชนที่เปิดให้บริการมากว่า 3-4 ปีแล้ว ถือเป็น 1 ใน 3 สนามที่มีอยู่ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา คือ สนามยิงกีฬาปืนพนมชู๊ตติ้ง อ.พนมสารคาม และสนามยิงปืนเจ้าสัว ภายในค่ายกองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า อ.เมืองฉะเชิงเทรา ที่เปิดให้นักกีฬาหรือบุคคลทั่วไปได้เข้าไปใช้บริการ








