ผักตบชวาก้อนใหญ่ลอยปกคลุมแม่น้ำบางปะกง กระทบชาวบ้านและนักเรียนที่ต้องเดินทางข้ามฟากไปโรงเรียนในช่วงเช้า โดยเฉพาะพื้นที่บ้านเรือนริมแม่น้ำที่ไม่มีเส้นทางเข้า-ออกทางบก ขณะที่ชาวบ้านเสนอวิธีแก้ปัญหาใช้เรือติดใบมีดตัดผักตบชวาให้ละเอียดเพื่อเปิดทางน้ำ มองเป็นวิธีง่าย รวดเร็ว และใช้งบประมาณไม่สูง ด้าน 3 จังหวัดเตรียมจัดกิจกรรมบูรณาการกำจัดผักตบชวาในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
วันที่ 6 ส.ค.69 เวลา 08.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับการเปิดเผยจาก นายบุญเยี่ยม บุญสร้าง อายุ 64 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ท่าสะอ้าน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งประกอบอาชีพขับเรือหางยาวรับจ้างและให้บริการนักท่องเที่ยวตกกุ้งและตกปลาในแม่น้ำบางปะกง บริเวณใต้สะพานมอเตอร์เวย์สาย 7 (กรุงเทพฯ-พัทยา) กล่าวว่า หลังจากมวลของผักตบชวาขนาดก้อนมหึมาไหลลงมาถึงในพื้นที่ อ.บางปะกง เมื่อเย็นวันก่อน (5 ส.ค.69) และไหลย้อนขึ้นกลับไปตามกระแสน้ำทะเลหนุน ยังทาง อ.บ้านโพธิ์อีกในช่วงเวลากลางคืน
ต่อมาในช่วงรุ่งเช้าได้ไหลย้อนกลับลงมายังในเขตพื้นที่ อ.บางปะกง อีกครั้ง โดยเป็นอย่างนี้มา 2 วันแล้ว ทำให้ลำน้ำบางปะกงถูกปิดขวางทั้งหมด จนกลายเป็นทุ่งผักตบชวา และส่งผลกระทบทำให้มีนักเรียนจำนวน 3-4 คน ที่ต้องนั่งเรือข้ามฟากมาจากบ้านในเขตพื้น ต.เขาดิน เพื่อมาขึ้นรถเดินทางไปโรงเรียนยังที่บริเวณใต้สะพานมอเตอร์เวย์ฝั่ง ต.ท่าสะอ้าน ไม่สามารถข้ามฟากมาได้ และไม่มีช่องทางอื่นในการเดินทางไปโรงเรียน เนื่องจากเป็นบ้านเรือนที่ไม่มีทางเข้า-ออกทางบก ต้องอาศัยจขับเรือข้ามฟากมายังอีกฝั่งหนึ่งเท่านั้น จึงจะเดินทางออกมาได้
โดยเป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา และชั้นระดับชั้น ปวช. ที่ผู้ปกครองจะต้องหาทางในการนำเรือพายแหวกฝูงผักตบ เพื่อลัดเลาะออกจากบ้านมาตามแนวตลิ่งชายฝั่งอีกด้าน ในการเดินทางออกจากบ้านเพื่อจะมายังที่บริเวณใต้สะพานมอเตอร์เวย์ ข้ามแม่น้ำบางปะกงฝั่งทาง ต.เขาดิน จากนั้นจึงได้โทรศัพท์เรียกขอให้ตนช่วยขับรถข้ามสะพานไปรับข้ามมาขึ้นรถไปโรงเรียนยังที่ฝั่ง ต.ท่าสะอ้าน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ยากลำบากและทุลักทุเล ในการที่จะเข้าออกจากบ้านของชาวบ้านริมฝั่งตรงข้ามและนักเรียนในตอนเช้า
โดยไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างนี้ไปอีกกี่วันหรืออาจนานนับเดือนหากผักตบมีจำนวนมากและยังไหลลงมาไม่หมด ซึ่งบางปีมีมากจนกินเวลายาวนานไปจนถึงช่วงวันลอยกระทง เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน ที่ผักตบชวาจะลอยมาขวางทางน้ำและการไปโรงเรียนของนักเรียนในทุกๆ เช้า สำหรับความเห็นของตนนั้น มีวิธีแก้ไขที่ง่ายไม่ยุ่งยากรวดเร็วและใช้เงินงบประมาณน้อย คือ การใช้เรือติดใบพัดหรือใบมีดแบบกังหันลุยตัดจนป่นละเอียดกลายเป็นเศษผัก และปล่อยให้ลอยตามกระแสน้ำไปโดยที่ไม่ต้องเก็บเศษซากหรือขนขึ้นฝั่งเลย และเศษผักตบก็จะย่อยสลายกลายเป็นอาหารปลาหรือสัตว์น้ำไปเองในที่สุด นายบุญเยี่ยม กล่าว
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 7 ส.ค.69 นี้ เวลา 15.00 น. ได้มีกำหนดการจัด “กิจกรรมบูรณาการความร่วมมือ 3 จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชกีดขวางทางน้ำในแม่น้ำบางปะกง (Kick Off) ปี 2569 ขึ้น” ที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จากฝั่ง ต.บางขนาก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ไปยัง ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งถือเป็นจุดต้นน้ำบางปะกง ที่รับน้ำมาจากแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำปราจีนบุรี ห่างจากสามแยกรวม 3 แม่น้ำลงมาไม่ไกลมากนัก
ทั้งที่มวลผักตบชวาได้เริ่มเคลื่อนตัวไหลลงมารวมกันจากต้นน้ำ มาตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.69 และไหลลงมาถึงยังตัว อ.เมืองฉะเชิงทรา เมื่อวันที่ 22 ก.ค.69 ปิดขวางลำน้ำบางปะกงมาตลอดเส้นทางนานนับเดือน แต่ทั้ง 3 จังหวัดเพิ่งจะมีการเตรียมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาในครั้งนี้








