วันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมมังคลอุบล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเสวนา "ถอดบทเรียนและแนวทางป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย" โดยรองศาสตราจารย์ ดร.ฆณการ ภัณณิพงส์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จังหวัดชลบุรี กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงาน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก) ผนึกกำลังกับโรงเรียนรักษาความปลอดภัยพร้อมท์โพรเทค จัดการประชุมเสวนา "ถอดบทเรียนและแนวทางป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย" และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "แนวทางการยกระดับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างมืออาชีพ"
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษามีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ทั้งการทะเลาะวิวาท การกลั่นแกล้งรังแกกัน (Bullying) ความรุนแรงจากบุคคลภายนอกที่บุกรุกเข้ามาในสถานศึกษา ตลอดจนเหตุการณ์ที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งไม่เพียงส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย และจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้ปกครองและสังคมที่มีต่อความปลอดภัยของสถานศึกษา
การจัดเวทีเสวนาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และกำหนดแนวทางป้องกันเชิงรุกที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่รั้วสถานศึกษาและสังคมไทย อีกทั้งเวทีเสวนาครั้งนี้จะเป็นพื้นที่สำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง การศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อผสานองค์ความรู้เชิงวิชาการเข้ากับประสบการณ์ปฏิบัติจริงในสนาม เพื่อนำไปสู่แนวทางป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษาที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายและกรอบแนวทาง 3 ด้าน ให้ทุกภาคส่วนนำไปขับเคลื่อนต่อ ดังนี้ 1. เชื่อมเครือข่ายเชิงพื้นที่ ให้สถาบันการศึกษาทุกระดับทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายปกครองและตำรวจภูธรในพื้นที่ โดยอาศัยองค์ความรู้จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ โรงเรียนรักษาความปลอดภัยพร้อมท์โพรเทค และภาคเอกชน เพื่อสร้างระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็วและแม่นยำ 2. ยกระดับบุคลากรสู่ความเป็นมืออาชีพ เร่ง Upskill และ Reskill เจ้าหน้าที่ให้เข้าใจกฎหมาย มีทักษะการสังเกตและระงับเหตุเบื้องต้น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และมีมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ชัดเจนและเป็นสากล 3. สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงรุก ปรับจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ มาเป็นการป้องกันเชิงรุก ด้วยการประเมินความเสี่ยงและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินร่วมกันระหว่างตำรวจ โรงเรียน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ








