วันที่ 24 ส.ค.69 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ไม่ใช่เต่าเดินช้า แต่กำลังถอยหลังลงคลอง” วิกฤตศรัทธาฟุตบอลไทย และข้อเสนอเพื่อปฏิรูปทั้งระบบ
ในฐานะคนที่รักกีฬา และเคยเป็นตัวแทนร่วมผลักดันเรียกร้องจนคนไทยทั้งประเทศได้สิทธิ์รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกฟรีจนสำเร็จ ผมเฝ้ามองวงการฟุตบอลไทยมาตลอดด้วยความหวัง... แต่จากภาพที่เราเห็นในเกมล่าสุดที่เราลงสนามเจอกับเวียดนาม ผมเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยทั้งประเทศคงรู้สึกอึดอัดและตั้งคำถามอยู่ในใจไม่ต่างจากผม
การแพ้หรือเล่นสู้ไม่ได้ในหนึ่งเกม อาจไม่ได้เป็นตัวตัดสินคุณภาพของฟุตบอลทั้งระบบ แต่มันคือ "สัญญาณเตือน" ที่สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาอย่างยาวนาน
สัญญาณเตือนจากเพื่อนบ้าน: เราไม่ได้ผูกขาดความยิ่งใหญ่อีกต่อไป
ผมจำได้ดีถึงครั้งหนึ่งที่เคยไปร่วมประชุมกับรัฐมนตรีของประเทศเวียดนาม บังเอิญวันนั้นมีแมตช์ที่ฟุตบอลทีมชาติไทยลงเตะที่นั่น ท่านรัฐมนตรีเวียดนามถึงกับเอ่ยปากชวนผมไปดูฟุตบอลด้วยกัน สิ่งที่ผมสัมผัสได้คือแพสชันและความคลั่งไคล้ของแฟนบอลเวียดนามที่ส่งพลังไปถึงนักเตะอย่างชัดเจน
เมื่อก่อนเราอาจเคยมองว่าฟุตบอลไทยอยู่แถวหน้า แต่จากระบบการสร้างอคาเดมีเยาวชนที่เข้มข้น และอันดับ FIFA Ranking ที่ขับเคี่ยวกันในช่วงหลายปีหลัง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "วันนี้เวียดนามกำลังไล่ขึ้นมาอย่างจริงจัง และในหลายมิติเราไม่สามารถคิดอีกต่อไปว่าเราเหนือกว่าเขาโดยธรรมชาติ"
อดีตที่เคยรุ่งเรือง สู่ยุคอาชีพที่หลงทาง
หากย้อนไปในยุคที่ฟุตบอลไทยยังเป็นกึ่งสมัครเล่น อย่างยุคเกรียงไกรของทีมเช่น "ธนาคารกสิกรไทย" นักฟุตบอลก็คือพนักงานแบงก์ กลางวันทำงาน เย็นมาเตะบอล แต่พวกเขากลับลงสนามด้วยจิตวิญญาณนักสู้
แน่นอนครับว่า วันนี้เราไม่จำเป็นและไม่ควรต้องย้อนกลับไปสู่ระบบมือสมัครเล่นแบบอดีต แต่สิ่งที่เราต้องเอากลับมาและปลูกฝังลงไปในระบบฟุตบอลอาชีพปัจจุบันที่มีเงินเดือนหลักแสนหลักล้าน คือ "วินัย ความกระหาย และระบบพัฒนานักกีฬา" เพราะแพสชันตรงนี้คือสิ่งที่หายไปจากนักเตะยุคปัจจุบัน
วงจรอุบาทว์ระดับรากหญ้า ที่ทำลายศรัทธาแฟนบอล
ปัญหาที่น่ากลัวที่สุดคือโครงสร้างระดับรากหญ้า (Grassroots) เมื่อเยาวชนเข้าไม่ถึงโอกาสและขาดแรงบันดาลใจ ย่อมไม่มีเด็กเก่งๆ เข้าสู่ระบบ เมื่อไม่มีนักเตะคุณภาพ ทีมชาติก็ไม่มีตัวเลือก ผลงานก็ตกลง เมื่อผลงานตก คนดูก็หาย (สนามราชมังคลากีฬาสถานที่เคยเต็มความจุ วันนี้กลับหยอมแหยม) เมื่อคนดูหาย เงินสนับสนุนก็ลดลง... นี่คือวงจรแห่งวิกฤตที่ทำให้ฟุตบอลไทยไม่ใช่แค่เต่าเดินช้า แต่มันคือเต่าที่กำลัง "ถอยหลังลงคลอง"
ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด: กระดุมเม็ดแรกแห่งการเข้าถึง
การเข้าถึงการแข่งขันฟุตบอล ไม่ใช่แค่เรื่องของการ "ดูฟรี หรือ เสียเงิน" แต่มันคือระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจ (Ecosystem) ของวงการฟุตบอลทั้งหมด การถ่ายทอดสดที่เข้าถึงง่ายจะขยายฐานแฟนบอล สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน ดึงดูดผู้สนับสนุน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฟุตบอล
มองดูประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง เขาเริ่มจากการสร้างแรงบันดาลใจผ่านการ์ตูนเรื่อง "กัปตันซึบาสะ" จนเด็กทั้งชาติมีฝันร่วมกัน "วันนี้ญี่ปุ่นกลายเป็นทีมขาประจำฟุตบอลโลก และมีนักเตะจำนวนมากที่สามารถออกไปแข่งขันในลีกชั้นนำของโลกได้" และยิ่งไปกว่านั้น ฟุตบอลที่เป็นกีฬาประเภททีม ยังช่วยหล่อหลอมเยาวชนให้รู้จักการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ลดความเห็นแก่ตัว ลดลัทธิปัจเจกนิยม สร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่... กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติครับ
ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปฟุตบอลไทย
ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจ ทั้งท่านนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องร่วมกันวางโครงสร้างใหม่ ผมขอเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมดังนี้
ปลดล็อกการเข้าถึง: ทำให้ประชาชนและเยาวชนเข้าถึงการถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการสำคัญได้ง่ายที่สุด เพื่อสร้างฐานแฟนบอลและปลุกแรงบันดาลใจ
ลงทุนกับฟุตบอลเยาวชน (Youth Development) อย่างจริงจังและเป็นระบบทั่วประเทศ
สนับสนุนสนามและโค้ชท้องถิ่น เพื่อกระจายโอกาสและดึงช้างเผือกจากทุกภูมิภาคเข้าสู่ระบบ
สร้างระบบฐานข้อมูลนักเตะ (Data) และวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อยกระดับศักยภาพนักกีฬา
ทำแผนแม่บทระยะ 5-10 ปี (Master Plan) ที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน เป็นระบบที่แข็งแรงจนแม้มีการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร นโยบายและการพัฒนาก็ยังต้องเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่
เราต้องยอมรับความจริง และลุกขึ้นมาแก้ไขโครงสร้างทั้งหมด... เพราะในความเป็นจริงแล้ว
“ฟุตบอลไทยไม่ได้ขาดคนรักฟุตบอล แต่กำลังขาดระบบที่ทำให้คนรักฟุตบอลได้เห็นอนาคตของตัวเองในเกมนี้”








