วันนี้ (23 สิงหาคม 2569) นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน หลังร่วมประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วย ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ หอประชุมพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดน่าน เพื่อบูรณาการแนวทางช่วยเหลือประชาชนและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ในการนี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. มอบหมายให้ นายวิทวัต ปัญจมะวัต และ นายณรงค์ชัย เจริญรุจิทรัพย์ รองเลขาธิการ กอศ. นายบัณฑิต ออกแมน ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. ผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษา ร่วมลงพื้นที่
นายประเสริฐ ลงพื้นที่ศูนย์อาชีวะอาสา Fix it Center วัดมงคลนิมิตร บ้านตึ๊ด อำเภอปัว ให้กำลังใจนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาที่ร่วมปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ประชาชน และติดตามการดำเนินงานของศูนย์ฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดให้บริการภายใต้ภารกิจ “อาชีวะอาสา ช่วยเหลือประชาชน” ที่ระดมกำลังจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง
ภารกิจดังกล่าวดำเนินงานภายใต้โครงการ “กระทรวงศึกษาธิการ ช่วยประชาชนประสบปัญหาอุทกภัย จังหวัดน่าน” โดย สอศ. จัดตั้งศูนย์ Fix it Center อาชีวะอาสา 26 ศูนย์ ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอปัว 13 ศูนย์ อำเภอภูเพียง 3 ศูนย์ อำเภอเวียงสา 3 ศูนย์ อำเภอสันติสุข 3 ศูนย์ อำเภอเมืองน่าน 2 ศูนย์ และอำเภอท่าวังผา 2 ศูนย์ และอาชีวศึกษาจากจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง 30 แห่ง สนับสนุนกำลังคนและภารกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงบริการอื่น ๆ ตามความจำเป็น
นอกจากนี้ สอศ. ได้จัดตั้ง “ครัวอาชีวะอาสา” โดยระดมสถานศึกษาอาชีวศึกษา 5 แห่ง แบ่งเป็น 2 จุดหลัก ได้แก่ ศูนย์ปัว ตั้งที่หอประชุมวิทยาลัยเทคนิคปัว ให้บริการในพื้นที่อำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา และศูนย์เมืองน่าน–ภูเพียง ให้บริการในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข สามารถผลิตอาหารได้ประมาณ 1,100 กล่องต่อวันต่อจุด รวมประมาณ 5,000 กล่องต่อวัน เพื่อส่งต่ออาหารปรุงสุกให้แก่ประชาชนและผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายประเสริฐกำชับให้หน่วยงานและสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ เร่งสำรวจและรายงานความเสียหาย ทั้งด้านอาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณ์การเรียน และผลกระทบต่อครู นักเรียน และบุคลากร ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเหมาะสม พร้อมกำชับให้การช่วยเหลือประชาชนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของแต่ละพื้นที่
“กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทิ้งโรงเรียน ไม่ทิ้งครู ไม่ทิ้งนักเรียน และไม่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ตั้งแต่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า การทำความสะอาด การตรวจระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการซ่อมแซมและฟื้นฟูให้สถานศึกษากลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยที่สุด”
“อาชีวะเป็นที่พึ่งของประชาชน” ไม่เพียงใช้ทักษะวิชาชีพของนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษา ทั้งด้านงานช่างและการประกอบอาหาร พร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าดูแลประชาชน ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย








