สระบุรีเดินหน้าท่องเที่ยวยั่งยืน เปิดตัว “Saraburi Eco & Wellness Tour” ชวนสัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน สุขภาพ อาหารท้องถิ่น และกิจกรรมลดคาร์บอน หวังดึงนักท่องเที่ยวสายกรีน พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชน
วันที่ 24 สิงหาคม 2569 จังหวัดสระบุรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืน (Sustainable Tourism) อย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดประกาศเปิดตัวแคมเปญเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศและสุขภาพ ภายใต้ชื่อ “สระบุรีสีเขียว เที่ยวลดคาร์บอน” (Saraburi Eco & Wellness Tour) เพื่อตอบสนองกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มรักษ์โลก และยกระดับพื้นที่จังหวัดสระบุรีให้ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-Value Tourism Destination) ของประเทศไทย โดยได้จัดกิจกรรมนำร่องทดสอบเส้นทาง Fam and Media trip ระหว่างวันที่ 19-20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
โครงการนี้มุ่งเน้นการมอบประสบการณ์ที่ผสานความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ วิถีชีวิตชุมชน และการดูแลสุขภาพเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นจากการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะด้วยการนั่งรถไฟจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (รถเร็วอุบลราชธานี ขบวน 135) มายังสถานีชุมทางแก่งคอย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint) จากนั้นเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวด้วยรถตู้ปรับอากาศและรถท้องถิ่นของชุมชน ซึ่งเป็นการกระจายรายได้สู่ฐานรากอย่างแท้จริง
สำหรับไฮไลต์ของกิจกรรมในเส้นทางประกอบด้วย การสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมดูนกในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าสระบุรี และป่าชุมชนบ้านโป่งก้อนเส้า การร่วมเวิร์กชอปทำผ้าพิมพ์สีธรรมชาติ (Eco Print) ที่ป่าชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุและวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งสะท้อนการเรียนรู้ระบบนิเวศเขาหินปูนสระบุรีได้อย่างแยบยล นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ผู้ที่รักสุขภาพด้วยกิจกรรมบำบัดฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ หรือการ “อาบป่า” (Forest Bathing) ควบคู่กับการเล่นโยคะยืดกาย ณ ไร่กุสุมา รีสอร์ท อำเภอมวกเหล็ก
ไม่เพียงแต่มิติด้านธรรมชาติและสุขภาพ โครงการดังกล่าวยังนำเสนอความตื่นเต้นผ่านกิจกรรมพายเรือคายัค ณ ผาหมีเหนือเสือใต้ ท่ามกลางบรรยากาศสองฝั่งลำน้ำป่าสัก พร้อมสอดแทรกกิจกรรมจิตอาสาสร้างพื้นที่สีเขียวด้วยการยิง Seed ball สู่ผืนป่าชุมชนเขาพระพุทธบาทน้อย และปิดท้ายทริปด้วยการเยี่ยมชม "หอมนสิการ" ธรรมะแกลลอรีท่ามกลางขุนเขา ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen New Chapter 2023
ในด้านของอัตลักษณ์ทางอาหาร (Gastronomy) จังหวัดสระบุรีได้คัดสรรเมนูสุดพิเศษเพื่อเชิดชูอาหารถิ่น โดยเฉพาะเมนู “แกงคั่วบุกคางคกหอยหอม” จากชุมชนบ้านถ้ำน้ำพุ ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ The lost Taste จังหวัดสระบุรีประจำปี 2569 มาเสิร์ฟเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ปรุงจากวัตถุดิบปลอดภัยในท้องถิ่น ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้หมุนเวียนในชุมชนอย่างยั่งยืน
ด้านนางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี เผยว่า ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการจัดทำเส้นทางใหม่ในการท่องเที่ยว ที่อยากจะเผยแพร่ให้กับนักท่องเที่ยวว่า จังหวัดสระบุรีมีเส้นทาง และผลิตภัณฑ์ อะไรใหม่ๆบ้าง เป็นการนำเสนอด้านการท่องเที่ยว ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งอยากให้นักท่องเที่ยวได้มองภาพอีกมุมหนึ่งของจังหวัดสระบุรี ว่าในจังหวัดสระบุรียังมีอีกหลายมุมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้มาท่องเที่ยว และมาเสาะหาความสนุกสนาน ความสุขในพื้นที่ ซึ่งทรัพยากรการท่องเที่ยวภายในจังหวัดสระบุรียังมีอยู่อีกมากมาย จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ว่าจังหวัดสระบุรีเป็นแหล่องท่องเที่ยว ที่สามารถท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่รักธรรมชาติ ตามนโยบายของทางจังหวัดสระบุรี โดยนายบัญชา เชาวรินทร์ ผุ้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ที่มรนโยบาย สระบุรีแซนด์บ็อก สระบุรีโลคาร์บอนด์ การท่องเที่ยวก็เป็นการท่องเที่ยวสีเขียว ภายในจังหวัดสระบุรียังมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป้นทางด้านศาสนา วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมทั่งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ การท่องเที่ยวสีเขียว “ถ้ามาสระบุรี แล้วจะรักสระบุรี” ถ้าคิดถึงสีเขียว การท่องเที่ยวแบบโลคาร์บอนด์ ต้องมาที่สระบุรี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถหาข้อมูลหรือติดต่อได้ที่ สนง.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรี หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนง.อยุธยา ซึ่งสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้








