สืบนิคมพัฒนาเดินหน้าปราบปรามอาวุธปืน แกะรอยจากพฤติการณ์สั่งซื้อ “ท่อบังคับเสียง” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ก่อนขยายผลตรวจค้น 2 จุด รวบผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางทั้งปืนอัดลมแบบไทยประดิษฐ์ ท่อบังคับเสียง และเครื่องกระสุนหลายขนาด ตำรวจเร่งสอบสวนขยายผลหาที่มาและผู้เกี่ยวข้อง
วันที่ 24 ส.ค. 2569 พ.ต.อ.ชัยพงษ์ แสงพงษ์ชัย ผกก.สภ.นิคมพัฒนา พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐปณัธ ชญาณพัฒน์ รอง ผกก.สส.สภ.นิคมพัฒนา พ.ต.ท.รัฐศาสตร์ แสนศรี สว.สส.สภ.นิคมพัฒนา และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม น.ส.อังคณา อายุ 35 ปี ชาว จ.ระยอง และ นายอรรถพล อายุ 23 ปี ชาว จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางหลายรายการ
ประกอบด้วย อาวุธปืนยาวอัดลมแบบไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก, ท่อบังคับเสียง ยี่ห้อ Shan Bao S97–Indo จำนวน 1 ชิ้น, ลูกกระสุนปืนอัดลมแบบหัวโดมไม่ทราบขนาด 20 นัด, เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด
คดีนี้เริ่มต้นจากชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ พฤติการณ์สั่งซื้อท่อเก็บเสียงหรือเครื่องบังคับเสียงผ่านแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ ก่อนติดตามข้อมูลและขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพบผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงรวบรวมพยานหลักฐานและนำไปสู่การเข้าตรวจค้น จนพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจค้นจุดแรก เจ้าหน้าที่พบ น.ส.อังคณา พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนยาวอัดลมแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ท่อบังคับเสียง ยี่ห้อ Shan Bao S97–Indo 1 ชิ้น และลูกกระสุนปืนอัดลมแบบหัวโดมไม่ทราบขนาด 20 นัด
ส่วนจุดที่สองพบ นายอรรถพล พร้อมของกลางเป็นอาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ (อัดลม) 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 1 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 50 นัด รวมเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. และ .22 จำนวน 51 นัด
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.อังคณา ฐานมีอาวุธปืน (ปืนอัดลม) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 ส่วน นายอรรถพล แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลถึง ที่มาของอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ผู้จำหน่ายหรือผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงวัตถุประสงค์ในการครอบครอง พร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมพัฒนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








