ไวยาวัจกรวัดป่าอดุลยาราม ยืนยันกรรมการวัดไม่ได้เข้ามาหาผลประโยชน์หรือแบ่งปันที่ดิน ด้านพระครูอดุลสารนิเทศย้ำว่า การตั้งวัดผ่านขั้นตอนตามกฎหมายและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว พร้อมปัดข่าวเงิน 10 ล้านบาท ยืนยันจะอยู่ที่วัดต่อไป ไม่มีใครโทรมา แค่ข่าวลือ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 ส.ค.69 ที่ศาลาการเปรียญวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น คณะสงห์วัดป่าอดุลยาราม ได้ร่วมกับประกอบพิธีทำวัตรเย็น โดยมีอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมากต่างนุ่งขาวห่มขาวมาร่วมทำวัตรเย็นในวันพระใหญ่วันนี้จำนวนมาก ในขณะที่ญาติธรรมยังคงเดินทางมาให้กำลังใจกับคณะสงฆ์พร้อมถวายน้ำปานะ และเครื่องไทยธรรมอย่างต่อเนื่อง
นายแสงดาว จันทะวิชัย หรือ “พ่อแสงดาว” อายุ 76 ปี ไวยาวัจกรวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า มีการกล่าวหาว่า วัดแบ่งปันที่ดินให้กรรมการวัด โดยยืนยันว่าไวยาวัจกรและกรรมการทุกคนเข้ามาช่วยงานด้วยใจ ไม่หวังผลประโยชน์ แต่มุ่งรักษาวัดและจารีตประเพณีอันดีงาม และยังกังวลต่อความปลอดภัยของพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดฯ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันวัดมีไวยาวัจกรรวม 5 คน ประกอบด้วย พ่อแสงดาว จันทะวิชัย, พ่อลภ โนนทะวงศ์, นายอดุล พลธานี , นายสุเมธ มงโก ซึ่งทำหน้าที่มัคนายกด้วย และพ่อสิทธิ์ วรยศ แต่ละคนมีอายุไล่เลี่ยกัน โดยพ่อลภมีอายุมากกว่า 80 ปี และเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุด
"หลังเดินทางกลับจากศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เมื่อครั้งที่เจ้าหน้าที่เชิญประชุม ได้ มีแม่ออก คนหนึ่งโทรศัพท์มาแจ้งว่า ป้าดาพูดอยู่ที่กรุงเทพฯว่า มีการแบ่งปันเนื้อที่ให้กรรมการวัด ซึ่ง ตนเองได้ยินเรื่องในลักษณะนี้จนรู้สึกชินแล้ว และหลังจากไปฟังคณะกรรมาธิการศาสนาฯหรือผู้เกี่ยวข้องชี้แจง ก็เข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวดำเนินการเสร็จแล้ว และแม้ว่าขณะนี้ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ว่างเปล่า ลูกหลานจะมาฟ้องร้องอย่างไรก็ไม่มีทางได้ และแม้ยังไม่มีชื่อวัดก็เป็นที่ว่างเปล่าของแผ่นดิน เท่าที่ตนเข้าใจ มีการเข้ามารบกวนพระคุณเจ้าตั้งแต่ปี 2535 หากเข้าทางทิศตะวันออกไม่ได้ ก็เปลี่ยนไปเข้าทางทิศตะวันตก ทิศเหนือ หรือทิศใต้ เพื่อรบกวนจนพระคุณเจ้าไม่สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังเคยมีการปล่อยข่าวกล่าวหาว่ามีการเสพยาเสพติด ทั้งในส่วนของพระและลูกศิษย์ แต่พระคุณเจ้าไม่ได้ตอบโต้หรือถือโทษ และเลือกให้อภัยมาโดยตลอด"
นายแสงดาว กล่าวต่อว่า การที่ป้าดาระบุว่า สำนักพุทธฯ ไม่ยอมให้ตรวจดูเอกสารเรื่องที่ดิน จนทำให้เกิดความคิดว่าอาจมีการรู้เห็นกันนั้นอาจเป็นเพียงการพูดไปเท่านั้น และจำได้ว่าช่วงการตั้งวัดว่า นายอดิศร เพียงเกษ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป้นรัฐมนตรีคนขอนแก่นก็อยู่ในช่วงที่ชาวบ้านร่วมกันตั้งวัดขึ้น อย่างไรก็ดีไวยาวัจกรและกรรมการวัดแต่ละคนล้วนเข้ามาช่วยงานด้วยใจ ไม่หวังผลประโยชน์ แต่มาเพื่อรักษาวัดและจารีตประเพณีอันดีงาม ตนเองอายุเข้าเลข 7 ไปแล้ว ไม่รู้จะเอาไปทำไม เราสร้างผลบุญเป็นทรัพย์สินสมบัติแทน ลูกหลานแต่ละคนก็มีครอบครัว มีฐานะดูแลพ่อแม่และดูแลตัวเองได้ ที่เราเข้ามายืนยันว่าไม่ได้มาหาผลประโยชน์ มาเพื่อรักษาสิ่งดีงามเหล่านี้ไว้เท่านั้น ขณะนี้หลวงพ่อกำลังต่อสู้เพื่อพี่น้องชาวพุทธ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือความปลอดภัย โดยเคยตั้งคำถามว่าจะเอาชีวิตมาแลกกับลูกปืนหรือ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และทุกคนต่างเป็นห่วงหลวงพ่อ นอกจากนี้การเข้าพบของผู้หญิง หากเป็นบุคคลที่พระครูไม่รู้จัก หรือขณะนั้นพระครูอยู่เพียงลำพัง ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงทันที เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
"สำหรับกลุ่มเอฟซีป้าดานั้น ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นใครหรือเดินทางมาจากที่ใดบ้าง หลวงพ่อเคยบอกว่าคนกลุ่มดังกล่าวคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ และอาจเข้ามารบกวนวัดต่อไปเรื่อย ๆ ขณะนี้สถานการณ์ภายในวัดยังเป็นปกติ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัย และนับตั้งแต่เกิดเหตุมีผู้มาตั้งโรงทานภายในวัด เพื่อร่วมให้กำลังใจพระสงฆ์และผู้ที่อยู่ภายในวัดอย่างต่อเนื่องด้วย"
ด้าน พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า การจัดตั้งวัดถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว เนื่องจากผ่านขั้นตอนตามกฎหมายคณะสงฆ์และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างถูกต้อง จึงขอให้ผู้ที่ยังสงสัยไปศึกษากฎหมายและขั้นตอนการจัดตั้งวัดให้เข้าใจ เมื่อมีประกาศตั้งเป็นวัดแล้ว เรื่องก็จบ เปรียบเหมือนสามีภรรยาเซ็นยินยอมกัน เมื่อก่อนพอประกาศตั้งวัดแล้วก็จบ เอกสารเมื่อกว่า 30 ปี บางอย่างอาจหายไปตามกาลเวลา เพราะมีประกาศตั้งวัดออกมาแล้ว ตอนนี้เราต้องเดินไปที่ปลายทาง มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็คือจบ หลวงพ่อไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แต่เขายังไม่จบ ก็ต้องยอมรับเสีย
"เอกสารบางส่วนเป็นเอกสารลับของทางราชการ ขณะที่รายละเอียดต่าง ๆ ได้ถูกรวบรวมไว้ในกระบวนการก่อนออกประกาศจัดตั้งวัดแล้ว ทุกขั้นตอนจึงถือว่าผ่านครบถ้วน เปรียบเหมือนการทำบัตรประชาชน เมื่อยื่นบัตรให้ตรวจดูก็ถือว่าสิ้นสุด เช่นเดียวกับการยื่นประกาศจัดตั้งวัด โยมเคยดูหนังเจมส์ บอนด์ไหม การไปการมาบางอย่างเป็นความลับ จะบอกให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ไม่ได้”
เจ้าอาวาสฯกล่าวต่อว่าเรื่องเงิน 10 ล้านบาท ไม่มีใครโทรศัพท์มาติดต่อ และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ ต่อให้มีผู้เสนอเงินหลักร้อยล้านหรือพันล้านบาทก็จะไม่ไปไหน และจะยังคงอยู่ที่วัดแห่งนี้ จึงขอให้ทุกคนอย่าเชื่อข่าวลือเรื่องเงิน 10 ล้าน ไม่มีใครโทรมา จะร้อยล้านหรือพันล้านก็ไม่ไป จะอยู่ตรงนี้ หลวงพ่อจะไม่พูดถึงเขา เพราะจะกลายเป็นการว่าร้ายกัน และไม่ต้องการกล่าวถึงผู้ที่ปล่อยข่าวลักษณะดังกล่าว เพราะมองว่าเป็นการทำร้ายกันและปั่นกระแส








