คนเชียงใหม่ เดินทางไกลกว่า 700 กม. มาถวายกำลังใจเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม พร้อมฝากถึง “ป้าดา” ว่า หยุดเถอะ เพราะเดี๋ยวอีกหน่อยพูดไม่ได้เพราะปากจะเท่ารูเข็ม เชื่อหากทุกฝ่ายเอาจริง เรื่องจะยุติในไม่ช้า
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 ส.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดป่าอดุลยาราม ชุมชนกังสดาล ถ.กัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางเข้าพบพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เพื่อถวายกำลังใจ จากกรณีพิพาทที่ดินที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหนา้ที่ตำรวจ ที่นำเต๊นท์มาตั้งไว้หน้ากุฎิเจ้าอาวาส และจัดกำลังตำรวจ รวมทั้งอาสาสมัครตำรวจประจำตลอดทั้ง 24 ชม.เพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ในวันนี้พบว่าญาติะรรมส่วนใหญ่ที่เดินทางมาที่วัดล้วนมาจากต่างจังหวัดมีทั้งเดินทางมาเป็นครอบครัวและเป็นหมู่คณะ ในจำนวนนี้มีอดีตข้าราชการระดับสูง รวมถึงนักกฎหมาย มาขอเข้าพบ โดยที่พระครูอดุลสารนิเทศได้สนทนากับญาติโยมอย่างเป็นกันเอง มีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมบอกล่าวกับผู้ที่มาถวายกำลังใจว่า ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะหลวงพ่อชนะมาหมดแล้ว
นายสุรัชน์ อินต๊ะแสน อายุ 51 ปี ชาว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาถวายกำลังใจหลวงพ่อโดยเฉพาะ หลังติดตามข่าวแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง ในฐานะชาวพุทธและพุทธศาสนิกชนจึงต้องการมาให้กำลังใจ แม้ขณะนั่งดูข่าวทางโทรทัศน์อยู่ที่บ้านยังรู้สึกโมโห หากเป็นญาติของตนเองก็คงต่อว่าอย่างหนัก แม้จะเป็นย่าของตัวเองก็ตาม เพราะเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง
"หลังจากได้ดูเอกสารจากสำนักพระพุทธศาสนาตามที่สื่อเผยแพร่แล้ว มองอย่างไรก็เห็นว่าเป็นของวัด ไม่จำเป็นต้องพิจารณาอะไรมาก เพราะเชื่อว่าวัดดำเนินการอย่างถูกต้อง ด้วยจิตใจและแรงศรัทธาที่มีจึงเทใจให้ทางวัดทั้งหมด ตนเดินทางมาไกลกว่า 700 กม. เพราะต้องการมาถวายกำลังใจหลวงพ่อด้วยตัวเองและหลังได้พูดคุยกับหลวงพ่อ รู้สึกว่าท่านไม่เครียดแล้ว จึงกล่าวให้กำลังใจให้หลวงพ่อสู้ ๆ ซึ่งหลวงพ่อได้ยิ้มและหัวเราะตอบกลับมา แสดงให้เห็นว่าท่านมีอารมณ์ดีขึ้น"
นายสุรัชน์ กล่าวต่อว่า ในฐานะพุทธศาสนิกชน อยากฝากบอกป้าดาว่า หยุดเถอะ ตอนนี้พูดได้ แต่เดี๋ยวอีกหน่อยพูดไม่ได้นะ ถ้าปากเท่ารูเข็มจะยุ่ง อีกทั้งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อ หากทำสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับวัดหรือพระ เมื่อตายไปจะกลายเป็นปากเท่ารูเข็ม ทั้งนี้โดยส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องนี้จะยุติลงในอีกไม่นาน หากทุกฝ่ายเอาจริงเอาจัง อยาางไรก็ดีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมา หากได้พบ "ป้าดา" ต่อหน้าก็จะบอกว่า หยุดเถอะ แต่ก็มีคำถามในใจว่า ไม่มีลูกหลานหรือญาติพี่น้องคอยห้ามปรามและตักเตือนกันบ้างหรืออย่างไร








