นายกฯ ห่วงฝนหนัก สั่ง ปภ. เสริมเครื่องจักรฯ ชุดใหญ่ เข้าพื้นที่เสี่ยงเหนือตอนล่าง – อีสาน และฟื้นฟูพื้นที่ที่คลี่คลายให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
วันนี้ (21 ส.ค. 69) ปภ. รายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาหลายพื้นที่มีฝนตกหนัก กลุ่มฝนกระจายตัวและเคลื่อนตัวครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ทำให้มีเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ประกอบกับปริมาณน้ำตามลำน้ำต่าง ๆ มีระดับเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ ปภ. ส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพิ่มเติม จาก ศูนย์ ปภ. เขต ไปช่วยพื้นที่เสี่ยง ทั้งจังหวัดน่านที่ต้องเร่งฟื้นฟู และจังหวัดอื่น ๆ ที่คาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง
โดยที่จังหวัดน่าน ได้เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด ซึ่ง ปภ. ได้สั่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยชุดใหญ่ จากหลาย ศูนย์ ปภ. เขต เข้าช่วยเหลือ ได้แก่ ศูนย์ ปภ. เขต 5 นครราชสีมา ได้ส่งเครื่องจักรกลสาธารณภัยชุดใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ 8 นาย ประกอบด้วย รถบรรทุก 10 ล้อ ติดตั้งเครน รถบรรทุกน้ำ 12,000 ลิตร รถโรบอยบรรทุกรถตัก รถขุดตัก รถบรรทุก 6 ล้อ รถกระบะตอนเดียว และรถกระบะ 2 ตอน เทท้าย จำนวน 3 คัน
ส่วน ศูนย์ ปภ. เขต 8 กำแพงเพชร ได้ส่งรถสมรรถนะสูงพร้อมระบบสื่อสาร รถบรรทุกขนาดเล็ก 2 ตอน รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถบรรทุกน้ำ 12,000ลิตร รถหัวลากจูง รถตักล้อยาง และรถบรรทุกเทท้าย 6 ล้อ จำนวน 2 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่ ไปช่วยภารกิจฟื้นฟูสบทบกับทีม ศูนย์ ปภ. 16 ชัยนาท ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อยู่แล้ว โดยวันนี้ได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่แจกอาหารและน้ำดื่ม ให้กับประชาชนที่ซอยคำยอดชุมชนคำยอด
ขณะที่จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง เริ่มมีสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมขัง ปภ. จึงสั่ง ศูนย์ ปภ. เขต ในพื้นที่รับผิดชอบและพื้นที่ข้างเคียง ส่งเครืองจักรกลสาธารณภัย เพื่อป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ ดังนี้
จังหวัดสุโขทัย ศูนย์ ปภ. เขต 9 พิษณุโลก ได้ส่งรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย พร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล รถบรรทุกติดตั้งชุดสูบน้ำท่วม/ขัง รถบรรทุกขนาดเล็ก รถหัวลาก และเครื่องสูบน้ำขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล อัตราสูบ 28,000 ลิตร/นาที จำนวน 4 เครื่อง เข้าพื้นที่ตามแผนสนับสนุนกำลังบำรุง
จังหวัดตาก ศูนย์ ปภ. เขต 8 กำแพงเพชร ร่วมกับ สำนักงาน ปภ.ตาก ลงพื้นที่สำรวจระดับน้ำบริเวณตลาดริมเมย ซึ่งมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำด้านหลังตลาด คาดการณ์ว่าช่วงเย็นนี้ จะมีมวลน้ำจากอำเภอพบพระไหลมาสมทบกับน้ำในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบการที่ตลาดริมเมยขนย้ายสิ่งของไปยังจุดปลอดภัย
จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดับน้ำแม่น้ำป่าสักในเขตพื้นที่อำเภอหล่มสักเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะล้นตลิ่งในช่วงเย็นวันนี้ ปภ. จึงได้แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ระดับสูงสุด ในพื้นที่เทศบาลเมืองหล่มสักและเทศบาลตาลเคี่ยว ทั้งนี้ เทศบาลเมืองหล่มสักได้ขึ้นสัญญาณเตือนระดับสีแดงแล้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชนจิตอาสา ได้จัดทำแนวกระสอบทรายคันดินป้องกันพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำแล้ว
“ผมได้ให้แนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยไว้ โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด จัดวางกำลังคนและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการรับมือสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเน้นการทำงานเชิงรุก เข้าถึงพื้นที่ และแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน” นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มท. กล่าวว่า
“ในช่วงนี้ที่กลุ่มฝนกระจายตัวและเคลื่อนตัวครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคไหน เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งสถานการณ์น้ำฝน น้ำท่า น้ำในเขื่อน ซึ่งต้องสัมพันธ์กับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เช่นเดียวกับ ปภ. ที่ต้องเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้าด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็ว รวมถึงการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง ที่ต้องวางแผนให้เข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว” นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. กล่าว
#ปภ #น้ำท่วม #อุทกภัย #สาธารณภัย
#ปภของประชาชน








